ยาคุมหลังคลอด ควรเริ่มกินเมื่อไหร่ เลือกแบบไหนดีไม่ส่งผลต่อน้ำนม

672
ยาคุมหลังคลอด
- Advertisement -

เมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยแล้ว คงมีบางครอบครัวที่ต้องการเว้นระยะการมีลูกคนต่อไป เพื่อให้มีเวลาเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างเต็มที่ หรือบางครอบครัวก็เว้นระยะเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มสูงขึ้นแบบเท่าตัว อย่างไรก็ดีแม้ว่าต้องเว้นระยะการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร แต่เหล่าคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องกระชับความสัมพันธ์หรือแสดงความรัก ซึ่งหนึ่งในรูปแบบของการแสดงความรักก็คือการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นการคุมกำเนิดโดยการใช้ ยาคุมหลังคลอด จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกของคุณพ่อคุณแม่หลายท่าน แต่ หลายคนก็อาจจะรู้สึกกังวลว่าจะกระทบต่อการให้นมลูกหรือไม่ และควรเริ่มกินยาคุมตอนไหน เรามาหาคำตอบกันเลยดีกว่า

เริ่มกิน ยาคุมหลังคลอด เมื่อไหร่

โดยปกติแล้วหลังการคลอดบุตรไม่ว่าจะด้วยวิธีการคลอดตามธรรมชาติ หรือ จะเป็นการคลอดบุตรโดยการผ่า คุณหมอจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถมีเพศสัมพันธ์โดยการสอดใส่กันได้หลังจากที่คุณแม่คลอดลูกน้อยแล้วเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ หรือ แม้แต่ป้องกันฝีเย็บฉีกขาด ดังนั้นหลังคลอดกินยาคุมได้ตอนไหนก็ควรจะเป็นตอนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่หลังจากคุณแม่คลอดลูกน้อยมาแล้ว 2 เดือนนั่นเอง อย่างไรก็ดีหากไม่ใช่การคลอดในครั้งแรก ๆ คุณแม่จะสามารถปรับตัวและฟื้นตัวตามธรรมชาติได้เร็วกว่าการคลอดครั้งแรกมาก คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ได้หลังจากที่คุณแม่คลอดลูกน้อยแล้ว 6 สัปดาห์ ดังนั้นจึงอาจจะต้องเริ่มคุมกำเนิดตั้งแต่ 6 สัปดาห์หลังคลอดนั่นเอง โดยส่วนใหญ่หมอจะให้คำแนะนำการคุมกำเนิดเลยในวันที่นัดตรวจภายในหลังคลอด

เลือกยาคุมแบบไหนไม่ส่งผลต่อน้ำนม

ยาคุมหลังคลอดที่มีจำหน่ายและแพทย์แนะนำสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องการให้น้ำนมลูกน้อยด้วยตนเอง ควรเป็นยาคุมหลังคลอดชนิดที่มี Progestin-Only Hormonal Contraceptives; POCs หรือ เข้าใจได้ง่าย ๆ ก็คือยาคุมหลังคลอดที่มีฮอร์โมน Progestrogen เพียงชนิดเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดยังมีอีกชนิดที่เรียกว่า Combined Hormonal Contraceptives; CHCs ซึ่งยาคุมชนิดนี้จะเป็นการผสมฮอร์โมน 2 ชนิดร่วมกัน นั่นก็คือ ฮอร์โมน Progestrogen และ ฮอร์โมน Estrogen ซึ่งฮอร์โมน Estrogen ตัวหลังนี้เองที่จะมีผลต่อการผลิตน้ำนมในคุณแม่หลังคลอด อีกทั้งยังมีงานวิจัยพบว่ายาคุมชนิด Combined Hormonal Contraceptives; CHCs นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดในคุณแม่หลังคลอดอีกด้วย ยาคุมชนิดนี้จึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นยาคุมหลังคลอด

วิธีอื่น ๆ ในการคุมกำเนิดหลังคลอด

ยาคุมหลังคลอด จัดเป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่งในการคุมกำเนิด อย่างไรก็ดีการคุมกำเนิดหลังการคลอดลูกน้อยก็ยังมีอีกหลาย ๆ วิธี เช่น

  1. การใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในหมู่คุณพ่อคุณแม่ที่มีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่แต่ไม่บ่อยมากนัก รวมถึงต้องการคุมกำเนิดในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น วิธีการคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัยนี้มีข้อดีตรงที่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่เลย
  2. การใช้ยาฉีดคุมกำเนิดซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่กลัวลืมกินยาคุมหลังคลอดโดยยาฉีดคุมกำเนิดนี้สามารถเริ่มฉีดได้ภายใน 7 วันหลังมีประจำเดือน หรือ ภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์แรกหลังการคลอดลูก ในปัจจุบันยาฉีดคุมกำเนิดมีให้คุณแม่เลือก 2 รูปแบบซึ่งแตกต่างกันที่ระยะเวลาที่ใช้ในการคุมกำเนิด กล่าวคือ มีชนิดที่ฉีดแล้วสามารถคุมกำเนิดได้ 1 เดือน และ แบบที่ 2 คือ ฉีดแล้วสามารถคุมกำเนิดได้ 3 เดือน โดยทั้งสองรูปแบบนี้เป็นการฉีดยาคุมกำเนิดเพียงเข็มเดียวเหมือนกัน การใช้วิธีคุมกำเนิดโดยฉีดยานี้ก็ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการให้นมลูกน้อยเช่นกัน แต่หากคุณแม่ใช้ติดต่อเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดเลือดออกกระปิดกระปอย มวลกระดูกลดลง รวมถึงคอเลสเตอรอลที่สูงขึ้นได้ด้วย คุณแม่ที่เลือกวิธีคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้จึงควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
  3. ยาฝังคุมกำเนิดเป็นรูปแบบการฝัง ซึ่งอีกหนึ่งวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่กลัวลืมการทาน ยาคุมหลังคลอด โดยยาฝังคุมกำเนิดนี้สามารถฝังได้ภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน หรือ ภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์แรกหลังการคลอดลูก ในปัจจุบันยาฝังคุมกำเนิดมีให้คุณแม่เลือก 2 รูปแบบซึ่งแตกต่างกันที่ระยะเวลาที่ใช้ในการคุมกำเนิด กล่าวคือ มีชนิดที่ฝังแล้วสามารถคุมกำเนิดได้ 3 ปี ใช้จำนวน 1 หลอด และ แบบที่ 2 คือ ฝังแล้วสามารถคุมกำเนิดได้ 5 ปี ใช้จำนวน 2 หลอด โดยทั้งสองรูปแบบนี้เป็นการฝังยาคุมกำเนิดบริเวณท้องแขนด้านในเหนือข้อศอกขึ้นไป การใช้วิธีคุมกำเนิดโดยฝังยานี้ก็ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการให้นมลูกน้อยเช่นกัน แต่ก็เป็นการให้ฮอร์โมนแก่คุณแม่ซึ่งฮอร์โมนนั้นก็คือ ฮอร์โมน Progestin

เมื่อคุณแม่ได้อ่านบทความข้างต้นกันแล้วก็จะสามารถเลือกวิธีการคุมกำเนิดซึ่งเหมาะสมกับคุณแม่แต่ละท่านได้ด้วยตนเองเพื่อให้ความรักยังคงกระชับแน่นเฟ้นกับคุณพ่อเช่นเดิม เพิ่มเติมคือมีเจ้าตัวน้อยแล้วนั่นเอง

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ