ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นทอนซิลอักเสบ วิธีดูแลป้องกัน

356
Tonsillitis ทอนซิลอักเสบ
Advertisement

ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เด็กเล็ก ๆ ในช่วงวัย 4 – 7 ขวบ บางคนมักจะผ่านอาการเจ็บป่วยด้วยโรคทอนซิลอักเสบมาบ้างแล้ว โรคทอนซิลอักเสบเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย  สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย แต่ถ้า ลูกเป็นทอนซิลอักเสบ ชนิดรุนแรง เกิดจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ ซึ่งเป็นเชื้อชนิดที่ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมตรงกับโรคเท่านั้นและใช้ระยะเวลาในการรักษานานพอควร หากปล่อยไว้อาจเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้

อาการของเด็กที่เป็นโรคทอนซิลอักเสบ

  • หากติดเชื้อไวรัสชนิดที่ไม่รุนแรง มักจะมีอาการไข้ต่ำ ๆ น้ำมูกใส เสียงแหบ 
  • นอกจากนี้ เด็กบางคนอาจมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้อง  ปวดเมื่อยตัว ปวดศีรษะ  ตาแดงมีขี้ตา  ผื่นผิวหนัง  แผลในปาก 
  • หากคุณพ่อคุณแม่ใช้ไฟส่องดูภายในช่องปากจะเห็นว่า ในลำคอของลูกมีลักษณะแดงเล็กน้อย  ไม่มีจุดหนอง แต่อาจจะมีแผลคล้ายแผลร้อนในอาการเช่นนี้จะดีขึ้นภายใน 5 – 7 วัน
  • หากติดเชื้อแบคทีเรียมักจะมีอาการที่รุนแรงมากขึ้น อาจเกิดอาการหูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบและปอดอักเสบได้ หากมีอาการแทรกซ้อนสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ จะแย่ลงรวมถึงจะมีไข้ขึ้นสูงมาก ต้องรีบพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ
  • สำหรับโรคทอนซิลอักเสบที่มีอาการรุนแรง เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส อาการที่แสดงออก คือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน  และเจ็บคออย่างรุนแรง  ปวดศีรษะ  ปวดท้อง  และอาเจียน  หากตรวจร่างกายจะพบว่า  คอแดงจัด  เป็นหนอง  หรือมีจุดเลือดออก มีต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและมีอาการเจ็บเวลากด  หากลูกมีอาการเช่นนี้ต้องรีบพาไปพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ

การรักษาหากลูกเป็นทอนซิลอักเสบ

  • หากติดเชื้อไวรัสคุณหมอจะไม่จัดยาปฏิชีวนะให้ แต่จะรักษาตามอาการเหมือนเป็นโรคหวัด หากติดเชื้อแบคทีเรียคุณหมอจะพิจารณาตามอาการ แต่ที่สำคัญคือ คุณแม่ไม่ควรซื้อยามาให้ลูกรับประทานเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียง คือ แพ้ยาได้
  • ในกรณีติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส คุณหมอจะสั่งยาในกลุ่มเพนิซิลินสำหรับรับประทานเป็นเวลาประมาณ 10 วัน จะทำให้อาการไข้และเจ็บคอดีขึ้นภายใน 2 – 3วัน ถ้ายังไม่ดีขึ้นคุณหมอจะพิจารณาเปลี่ยนยาปฏิชีวนะ
  • สำหรับเด็กโต หากคอเจ็บ แดง ควรกลั้วคอด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้มาก สำหรับเด็กเล็กหากเจ็บคอมากหรือคอแดงมากจำเป็นต้อใช้เครื่องพ่นยาเพื่อพ่นละอองน้ำเกลือเป็นละอองฝอย จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ดีขึ้น
  • ควรให้ลูกรับประทานอาหารอ่อน กลืนได้ง่าย   เช่น  โจ๊ก ข้าวต้มนิ่ม แต่ควรรอให้อุ่นหรือเย็นก่อนค่อยรับประทาน เพราะหากยังร้อนอยู่จะยิ่งทำให้ลูกเจ็บแสบคอมากขึ้น
  • หากลูกรับประทานอาหารไม่ลง และพบว่าไม่มีไข้แล้ว สามารถทานอาหารเย็น ๆ เช่น นมหรือมิลค์เชค เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน
  • ถ้าลูกเจ็บคอมากคุณหมออาจให้กลืนยาชา 1 – 2 ซีซี ก่อนรับประทานอาหาร เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอจากการกลืนอาหาร ยาชาจะออกฤทธิ์นานประมาณ 15 -20 นาที
  • พยายามให้ลูกจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เยื่อบุคอแห้ง และนอนพักผ่อนมาก ๆ
  • หากลูกมีอาการทอนซิลอักเสบรุนแรงมากกว่า 6 ครั้งใน 1 ปี หรือมีขนาดทอนซิลใหญ่กว่าปกติอาจส่งผลให้เกิดปัญหาขัดขวางทางเดินหายใจขณะนอนหลับทำให้หยุดหายใจจนขาดออกซิเจนได้ กรณีเช่นนี้หากมีอายุ 3 ขวบขึ้นไป คุณหมออาจพิจารณาให้ผ่าตัดเอาทอนซิลออก

การป้องกันโรคทอนซิลอักเสบ

สาเหตุของทอนซิลอักเสบนั้นมาจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียทั้งหลายที่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย การป้องกันลูกจากการติดเชื้อจึงทำได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย และเนื่องจากโรคนี้มักพบได้ในเด็ก คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนลูกให้รู้จักป้องกันจากการติดเชื้อได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารร่วมจานเดียวกัน หรือดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับคนอื่น เพราะอาจมีการสัมผัสหรือได้รับเชื้อผ่านน้ำลายของอีกฝ่าย
  • สอนให้ลูกรู้จักการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ หลังทำกิจกรรมต่างๆ และก่อนรับประทานอาหาร
  • หากลูกเคยเป็นโรคทอนซิลอักเสบแล้ว ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่หลังจากป่วยเป็นทอนซิลอักเสบ

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ

Advertisement