ที่ดูดน้ำมูกเด็ก จำเป็นไหม? ควรเลือกยี่ห้อไหนดีที่สุด

362
ที่ดูดน้ำมูกเด็ก
- Advertisement -

เมื่อเริ่มเป็นหวัด มักมีอาการน้ำมูกไหลตามมา สำหรับผู้ใหญ่การสั่งน้ำมูกไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่สำหรับเด็ก โดยเฉพาะทารกตัวน้อย การมีน้ำมูกมาก ๆส่งผลให้หายใจไม่สะดวก ดังนั้น เราจึงขอแนะนำตัวช่วย อย่างที่ดูดน้ำมูกเด็กที่จะช่วยให้การดูแลลูกน้อยในยามเจ็บป่วยนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น 

ที่ดูดน้ำมูกเด็ก จำเป็นหรือไม่

เด็กเล็กนั้นไม่สามารถที่จะสั่งน้ำมูกได้ด้วยตนเอง ทำให้หายใจไม่ออก เนื่องจากมีน้ำมูกอุดตันในโพรงจมูกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้น้ำมูกที่อุดตัน ยังเป็นสาเหตุของอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น ทำให้ทารกไม่ยอมดูดนม พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเป็นต้น ดังนั้น ที่ดูดน้ำมูกเด็ก จึงกลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่จะช่วยให้คุณแม่กำจัดน้ำมูกของลูกออกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย 

วิธีการเลือกซื้อ ที่ดูดน้ำมูกสำหรับเด็ก

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนช่วยให้การเลี้ยงลูกของคุณแม่สะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น ที่ดูดน้ำมูกเด็กนี้ ซึ่งในปัจจุบันมีหลากรูปแบบ และหลายยี่ห้อ ดังนั้นมาดูว่า วิธีการเลือกซื้อที่ดูดน้ำมูกที่ปลอดภัยและเหมาะกับลูกน้อยนั้น ควรพิจารณาถึงสิ่งใดบ้าง

1.ปรับแรงดูดได้ 

ข้อสังเกตอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อที่ดูดน้ำมูกเด็กนั้น ควรที่จะเพิ่มและลดแรงดูดให้เหมาะสมกับสภาพน้ำมูกได้ ซึ่งต้องไม่แรงจนไปทำให้เด็กตกใจกลัว และในขณะเดียวกันต้องสามารถดูดน้ำมูกออกมาได้อย่างหมดจด

2.ทำงานเสร็จไว 

แน่นอนว่าเด็กมักไม่อยู่นิ่งๆให้คุณแม่มาดูดน้ำมูกได้บ่อยแน่ๆ ดังนั้นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อก็คือเครื่องต้องสามารถทำงานเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว

3.ป้องกันเชื้อโรค

ที่ดูดน้ำมูกแบบมีฟิลเตอร์ หรือเป็นซิลิโคน จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณแม่ต้องสัมผัสกับน้ำมูกของลูกโดยตรง จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อหวัดจากลูก ซึ่งเรื่องความสะอาดกับทารกนั้น เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

4.พกพาสะดวก

สำหรับบ้านไหนที่เดินทางบ่อย จำเป็นต้องคำนึงถึงความจำเป็นในข้อนี้ด้วย นั่นก็คือที่ดูดน้ำมูกเด็กที่พกพาออกไปใช้งานนอกบ้านได้ โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก จึงไม่ควรมีขนาดใหญ่ และสามารถใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว 

5.ทำความสะอาดง่าย 

อีกสิ่งหนึ่ง ที่ต้องนำมาพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อ คือ การทำความสะอาดหลังการใช้งาน ซึ่งที่ดูดน้ำมูกนั้น ต้องสามารถถอดอะไหล่แต่ละชิ้นออกมาได้ และทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ทำให้คุณแม่ต้องเสียเวลาเลยซักนิด

ที่ดูดน้ำมูกสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี

มาดูกันสิว่า ยี่ห้อไหนกำลังเป็นที่นิยม และมีจุดเด่นอย่างไรกันบ้าง

1.Richell

ที่ดูดน้ำมูกเด็กแบบสาย ด้วยการใช้ปากดูดนั้น มีข้อดีต้องที่คุณแม่สามารถควบคุมแรงดูดได้ด้วยตนเอง และดูดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้คุณแม่ยังมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและความสะอาด เนื่องจากวัสดุที่ใช้ ทำมาจากซิลิโคน โดยปลายวัสดุมีความนิ่ม จึงไม่ทำให้จมูกของลูกเกิดอาการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันเพื่อไม่ให้แยงจมูกลูกลึกจนเกินไป อีกทั้งยังมีแผ่นกรองป้องกันการปนเปื้อนขณะใช้งาน และมาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้ เพียง270บาทเท่านั้น 

2.Baby Tattoo

ที่ดูดน้ำมูกเด็กแบบใช้มือ ของยี่ห้อนี้ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ด้วยวัสดุที่ทำจากซิลิโคนที่ใช้กับอาหารโดยเฉพาะ จึงปลอดภัยจากสารเคมี และปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งใช้งานง่าย โดยมาพร้อมกับแหนบหนีบแบบกลมมน เพื่อช่วยให้นำสิ่งแปลกปลอมน้ำมูกออกมาอย่างง่ายดาย และในขณะเดียวกัน ก็มีระบบป้องกันการไหลย้อยกลับของน้ำมูก ซึ่งหลังการใช้งานคุณแม่สามารถถอดชิ้นส่วนต่างๆออกมาล้างทำความสะอาดได้ทุกชิ้น โดยมีราคาเพียง 99 บาท

3.Soft

เครื่องดูดน้ำมูกเครื่องนี้ มีจุดเด่นคือได้มาตราฐานตามเครื่องมือแพทย์ จึงสามารถใช้ได้ตั้งแต่วัยแรกเกิด โดยมีให้เลือกถึง 2 ฟังก์ชัน ไม่ว่าจะใช้งานแบบดูดอย่างต่อเนี่อง หรือใช้งานแบบกดตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีเสียงเพลงให้เลือกถึง 3 เพลง ทำให้ลูกรู้สึกเพลิดเพลินกับเสียงดนตรี และถึงแม้จะปิดเสียงเพลง ด้วยเสียงของตัวเครื่องที่เบาจึงไม่รบกวนลูกในยามหลับ โดยเครื่องนี้มีราคาอยู่ที่ 1,791 บาท 

4.Bongmi

ที่ดูดน้ำมูกเด็กแบบเครื่องอัตโนมัติยี่ห้อนี้ เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากดีไซน์ที่สวยทันสมัย ใช้งานง่าย และสามารถพกพาติดตัวออกไปนอกบ้านได้ จึงเหมาะกับคุณแม่นักเดินทางทั้งหลาย นอกจากนี้ ยังมีแรงดูดที่นิ่มนวล และมีลูกเล่นพิเศษ คือเมื่อเปิดใช้งานจะมีเสียงเพลงให้ลูกน้อยได้ฟัง จึงช่วยลดความหวาดกลัวของเด็กลงได้ โดยราคาขายทั่วไปอยู่ที่ 1,790บาท 

5.Cleanoz

จุดเด่นเครื่องดูดน้ำมูกยี่ห้อนี้ คือให้ความสำคัญกับความสะอาด โดยหลังการใช้งาน สามารถทิ้งที่ดูดได้เลย จึงช่วยป้องการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์ที่ใช้ดูด ก็ทำจากซิลิโคนนิ่ม จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ทำอันตรายกับจมูกของลูกน้อย ซึ่งเครื่องของยี่ห้อนี้นั้น มีราคาอยู่ที่ 1,290บาท 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบัน ที่ดูดน้ำมูกเด็กกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สำคัญในการช่วยดูแลลูก โดยเฉพาะกับทารกที่ยังไม่สามารถสั่งน้ำมูกได้ด้วยตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกซื้อควรเลือกที่เหมาะสมกับทารกและการใช้งานของคุณแม่ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดและปลอดภัยที่คุณแม่ต้องตระหนักไว้เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ใช้สัมผัสกับลูกน้อยโดยตรง

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ