ตำลึง สรรพคุณของตำลึงที่แม่และลูกไม่ควรพลาด


คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่าน  พอลูกถึงวัยที่ต้องเริ่มรับประทานอาหารเสริม(6 เดือนขึ้นไป)  คงเคยได้ยินคุณตาคุณยายหรือผู้รู้แนะนำให้ บดตำลึงผสมลงไปในอาหารเสริมให้ลูกรับประทานด้วย บางครั้งคุณตาคุณยายก็อ้างว่าเมื่อตอนที่คุณพ่อคุณแม่เป็นเด็ก ก็มักบดตำลึงให้รับประทานเสมอ ๆ และเมื่อลูกรับประทานนมเป็นอาหารเสริมแทนแล้ว เมนูอาหารหลักมักจะต้องมี ตำลึง เป็นส่วนประกอบอยู่บ่อย ๆ

ประโยชน์ของตำลึง

ตำลึง เป็นผักที่ปลูกและเติบโตได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เรามักจะนิยมรับประทานยอดตำลึง คุณค่าทางอาหารของตำลึง นั้นมีอยู่มากมาย จากงานวิจัยพบว่า ยอดของตำลึงที่ใช้ปรุงอาหาร 100 กรัม จะประกอบไปด้วยโปรตีน 3.3 กรัม วิตามินเอ  865 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.17 มิลลิกรัม แคลเซียม 126 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม  ธาตุเหล็ก 4.6 มิลลิกรัม  ไนอาซีน 1.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 13 มิลลิกรัม ใยอาหาร 2.2 กรัม และเบต้าแคโรทีนสูงถึง 699.88 ไมโครกรัม มากกว่าฟักทองและมันเทศซึ่งมีเบต้าแคโรทีน 225 และ 175 ไมโครกรัมตามลำดับ ต่อปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าเด็กวัยก่อนเรียนและเด็กวัยเรียนขาดวิตามินเอกันมาก อันเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเยื่อตาขาวกระจกตาแห้งและหนาผิดปกติ และอาการตามองไม่เห็นในเวลากลางคืนหรือในที่มืด ที่เรียกว่าโรคตาบอดกลางคืน ตำลึงจึงได้รับการส่งเสริมให้ปลูกเป็นผักสวนครัว และเป็นอาหารที่เด็กทุกคนควรรับประทาน เพราะมีวิตามินเอ และเบตาแคโรทีนสูง ดีต่อสายตา และป้องกันภาวะโลหิตจางได้ เนื่องจากมีธาตุเหล็กสูง

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร ควรรับประทานตำลึงด้วยเช่นกัน เพราะตำลึงจะช่วยบำรุงนํ้านมแม่และบำรุงเลือด ทำให้คุณแม่ไม่ซีด และมีน้ำนมให้ลูกได้รับประทาน


เห็นคุณค่าของตำลึงมากมายขนาดนี้แล้ว คุณแม่รีบจัดหามาปรุงอาหารให้ตัวเองและลูกน้อยได้รับประทานเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพกันนะคะ  😮

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ