การเล่านิทานให้ลูกฟัง VS iPad

การเล่านิทานให้ลูกฟัง VS iPad

ในยุคสมัยนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะมองว่าการเล่านิทานให้ลูกฟังเป็นเรื่องที่ล้าสมัย สู้ซื้อ iPad หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปไม่ได้ มันทำให้ลูกรู้สึกสนุกและเสริมสร้างพัฒนาการได้ไม่ต่างกัน แน่นอนว่าตรงจุดนี้เราไม่เถียงแต่อย่าลืมไปว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการพัฒนาลูกน้อยคือสิ่งที่มาจากธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัว

เราอยากให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสอนลูกน้อยจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวก่อนจะใช้อุปกรณ์ทุ่นแรงจำพวกอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย เมื่อเขาเติบโตขึ้นแล้วให้เขาศึกษาหรือเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ยังไม่สาย อีกทั้งอุปกรณ์พวกนี้มีราคาแพงหากให้ลูกใช้ตั้งแต่ยังเล็กก็มีโอกาสที่จะเสียหายสูง

เมื่อเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป การเล่าการสอนเขาผ่านนิทานจะช่วยเร่งให้เขาพัฒนาการได้มาก นิทานมีเรื่องสอนใจมากมาย คุณพ่อคุณแม่อาจจะเอาตรงจุดนี้มาสอนลูกน้อยทางอ้อมได้เพื่อฝึกขัดเกลาจิตใจของเขา การเลือกหนังสือนิทานและเรื่องของนิทานก็สำคัญ ควรเลือกระดับความยากตามระดับวัยของลูก หนังสือนิทานเองก็ไม่ควรมองข้าม เด็กมักจะหยิบ ฉีก และขีดเขียนตามประสาของเขา จึงต้องเป็นกระดาษหนายากต่อการฉีกหรือเป็นกระดาษกันน้ำ จะทำให้เด็กรู้สึกว่าหนังสือนิทานน่าสนใจ

นิทานมันดูเหมือนเรื่องเพ้อฝันไม่เป็นจริงสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กนั้นไม่ใช่ เพราะเด็กยังแยกแยะไม่ออกว่าแบบไหนคือจริงแบบไหนไม่จริง การอ่านนิทานให้เขาฟังนอกจากเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการทางความคิดและจินตนาการของลูกแล้ว ยังเป็นการสร้างความอบอุ่นให้แก่ลูกเนื่องจากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนเล่า ทำให้เขารู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจในสิ่งที่เขาสนใจอยู่เหมือนกัน แล้วยังพัฒนาการในด้านความจำ การอ่านออกเสียง และคำศัพท์แก่เด็กด้วย


นอกจากนี้การให้ลูกอ่านนิทานเป็นการปลูกฝังเขาให้เป็นคนรักในการอ่านหนังสือ เมื่อลูกเติบโตและเลิกสนใจนิทานแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเอานิทานเหล่านั้นไปบริจาคกับองค์กรการกุศลหรือเด็กที่ขาดโอกาสเพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคมได้อีกด้วย แถมยังเป็นการสอนให้ลูกของเรารู้จักเสียสละและรู้จักแบ่งปันสิ่งที่มีอยู่ให้สังคมอีกด้วย

ทีนี้คุณเห็นประโยชน์และคุณค่าของการเล่านิทานให้ลูกฟังหรือยังคะ.. 😉

Photo Credit : outsetmedia.com

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ