ปวดข้อเข่า เช็กสิเกิดจากอะไร? และวิธีบรรเทาอาการปวด

47
ปวดข้อเข่า
- Advertisement -

อาการ ปวดหัวเข่า ถือเป็นอาการที่มีความเจ็บปวดและเกิดขึ้นบ่อยกับหลาย ๆ คน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่อาการ ปวดข้อเข่า ยังสามารถเกิดขึ้นกับ วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และช่วงวัยอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าอาการปวดเข่านั้นก็จะเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ที่พบได้บ่อยก็คือ มักจะเป็นอาการของระบบข้อต่อกระดูก กล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้เราเลยจะพาคุณไปเช็กกันว่าอาการ ปวดข้อเข่า ที่กำลังเป็นอยู่นั้นเกิดจากอะไร พร้อมกับวิธีบรรเทาอาการปวด

ปวดข้อเข่า เกิดจากอะไร?

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าอาการปวดข้อเข่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุนั้นอาจจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอาการ โดยสาเหตุของอาการปวดข้อเข่าที่มักพบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้

1.ข้อเข่าเสื่อม

เป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเข่าที่พบได้มากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามช่วงอายุและถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บ ทรมานจนบางคนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำได้ เช่น เดินตัวเอียง เดินแล้วโยกตัวไปมา ทำให้ต้องมีคนคอยพยุงเดินตลอดเวลา

2.หมอนรองข้อเข่าและเส้นเอ็น

ภายในหรือรอบ ๆ ข้อเข่าหากคุณได้รับบาดเจ็บ เช่น หมอนรองข้อเข่าฉีกขาด เอ็นไขว้หน้าขาด เอ็นเข่าด้านในได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าได้ด้วยเช่นกัน

3.โรคข้ออักเสบบางชนิด

อาการปวดข้อเข่าที่เกิดจากโรคข้ออักเสบบางชนิดก็จะมีหลายโรคด้วยกัน เช่น รูมาตอยด์ เกาต์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากอาการปวดแล้ว ยังก่อให้เกิดอาการอักเสบของข้ออีกด้วย คือ อาการบวม แดง ร้อน และเกิดเข่าติดได้เช่นกัน การอักเสบของข้อนั้นก็มีหลายสาเหตุด้วยเช่นกัน

อาการปวดแบบไหนควรพบหมอ

สำหรับอาการปวดข้อเข่าที่หากใครกำลังเป็นอยู่ไม่ควรชะล่าใจเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นอาการที่รุนแรงและอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ จึงจำเป็นต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที มีดังนี้

  • มีอาการปวดขณะที่กำลังนั่งพักหรือไม่ได้เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นอาการปวดหัวเข่าที่เกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ได้เคลื่อนไหว แสดงว่าเกิดจากการอักเสบที่สะสมอยู่บริเวณข้อเข่าค่อนข้างมาก ถือเป็นอาการของโรคที่ค่อนข้างรุนแรงจึงควรพบแพทย์ทันที
  • มีอาการปวดมากในขณะเคลื่อนไหวเหยียดงอเข่า หรือในขณะที่ลงน้ำหนัก อาการปวดแบบนี้จะทำให้เคลื่อนไหวลำบาก หรือบางคนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย นับว่าเป็นอาการปวดที่ผิดปกติ การพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องจึงดีกว่าแน่นอน
  • ข้อเข่าที่บวมผิดปกติ เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าเกิดความผิดปกติในข้อเข่าค่อนข้างมาก โดยเราสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง ด้วยการลองเหยียดขาตรงสุดทั้งสองข้าง จะมองเห็นรอยบุ๋มด้านหน้าข้อเข่าหากข้อเข่าที่มีการบวม จะมีน้ำอยู่ข้างข้อในจนดันโป่งขึ้นมา จึงมองไม่เห็นรอยบุ๋มหน้าเข่าเมื่อเปรียบเทียบกับข้างที่ปกติ อาการ ปวดข้อเข่า แบบนี้จึงควรพบแพทย์เช่นกัน

วิธีบรรเทาอาการปวดเข่า

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าอาการปวดข้อเข่า เป็นโรคที่ทรมานต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก บางรายเข้ารับการรักษาแล้วก็ยังคงมีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง เราเลยมีวิธีบรรเทาอาการปวดข้อเข่ามาแนะนำดังนี้

  • การออกกำลังกาย เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ต้นขา และกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เพื่อให้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยพยุงข้อเข่า และช่วยถ่ายเทน้ำหนักจากข้อเข่ามาที่กล้ามเนื้อ ทำให้ข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากจนเกินไป สำหรับการออกกำลังก็จะเป็น การว่ายน้ำ การเดิน การเต้นแอโรบิกเบา ๆ การปั่นจักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น
  • การปรับไลฟ์สไตล์และท่าทางต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ทุก 20-30 นาที เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ได้เกิดอาการปวดที่กล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่าทั้งสองข้างอีกด้วย หรือจะเป็นการหลีกเลี่ยงการนั่งที่ต้องมีการงอเข่า หรือพับเข่า เป็นเวลานาน ๆ เช่น การนั่งยอง ๆ นั่งสมาธิ นั่งพับเพียบ เนื่องจากท่านั่งเหล่านี้ ทำให้เกิดแรงกดที่ผิวข้อเข่า อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ในอนาคตได้ ทั้งยังทำให้เกิดอาการปวดอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
  • การควบคุมน้ำหนัก เพราะอย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าการมีน้ำหนักที่มากจะทำให้เกิดการกดทับที่บริเวณข้อเข่า ทำให้มีอาการปวดอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่ต้องการมีการเคลื่อนไขร่างกายเพราะฉะนั้นจึงควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะดีกว่า

บางคนมองว่าอาการปวดหัวเข่าไม่ได้รุนแรง หรือร้ายแรงทำให้เกิดความชะล่าใจและปล่อยให้เป็นอาการเรื้อรัง จนทำให้ยากต่อการรักษาเพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มมีอาการปวดเข่าผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและเริ่มทำการรักษาอย่างถูกต้องทันที เพราะปัจจุบันมีการักษาที่ทันสมัยทำให้การรักษาตรงจุดและมีโอกาสหาย 100% อย่างแน่นอน

- Advertisement -