ทารกหายใจแรง อย่านิ่งนอนใจ เช็คด่วนลูกกำลังป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า

160
ทารกหายใจแรง
- Advertisement -

ในขณะที่ลูกนอนหลับหากมีเสียงหายใจที่แรงดังครืดคราดคล้ายๆ กับอาการเป็นหวัดคัดจมูก และมีอาการ หน้าอกบุ๋ม จมูกบานร่วมด้วย อย่านิ่งนอนใจ เพราะนี่อาจจะไม่ใช่อาการหวัดธรรมดาอย่างที่คิด การที่ทารกหายใจแรง หายใจมีเสียงหวีด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และอาจจะกำลังป่วยโรค ทางเดินหายใจ จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ หอบหืดอยู่ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นหากคุณแม่พบว่า ทารกหายใจแรง มีเสียงหวีดไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจะได้รักษาอย่างถูกต้อง

ทารกหายใจแรง เกิดจากอะไร

หากคุณแม่สังเกตว่าลูกน้อยมีอาการหายใจแรง หายใจมีเสียงครืดคราด อาการคล้ายกับเป็นหวัด อย่ามองข้ามเพราะนี่อาจจะไม่ใช่หวัดธรรมดา ทารกหายใจแรงหายใจมีเสียงหวีดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังนี้

1.เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

ทารกหายใจครืดคราด หายใจแรง อาจเกิดจากการติดเชื้อบริเวณหลอดลม หรือลำคอ ส่งผลทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานไม่ดี หายใจลำบาก ไม่สามารถที่จะสูดอากาศเข้าไปได้ตามปกติ

2.เกิดการอุดตันในรูจมูก

ทารกหายใจแรงอาจเกิดจากการอุดตันในรูจมูกเช่น อาจจะมีเสมหะ น้ำมูกอุดตันทำให้หายใจไม่สะดวก ทารกจึงต้องออกแรงในการหายใจมากขึ้น ทำให้เวลาหายใจมีเสียงหวีด ครืดคราด

3.โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ อาจเกิดจากการแพ้อากาศ หรือสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่นฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ ส่งผลทำให้จมูกบวมทำให้หายใจลำบาก เวลาหายใจจะมีเสียงหวีดร่วมด้วย

4.ทารกเป็นหอบหืด

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ทารกหายใจแรง นั่นก็คือโรคหอบหืด ซึ่งอาการหอบหืดเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรมด้วย ทารกที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดจะพบว่ามีอาการ หายใจแรง หายใจมีเสียงดัง

5.ทารกหายใจเร็ว

ทารกหายใจเร็ว ทารกหายใจครืดคราด มีเสียงหวีด ผลมาจากการร้องไห้ หรือการไอต่อเนื่อง หรือเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง หรือเป็นไข้ สาเหตุเหล่านี้ส่งผลทำให้ทารกหายใจเร็วขึ้นได้

ทารกหายใจแรงร่วมกับอาการแบบไหน ไม่ปกติ

คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของลูก เพราะหากลูกมีอาการหายใจแรง ร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นอาการไม่ปกติควรพาไปพบแพทย์

  • ทารกหายใจแรงร่วมกับอาการไอรื้อรัง มีเสียงหวีด
  • ทารกมีอาการหายใจแรง ร่วมกับอาการไข้ขึ้นสูง
  • ทารกมีอาการหายใจเร็วผิดปกติ ร่วมกับอาการคล้ายกับเป็นหวัด
  • ทารกหายใจเข้าลึก หายใจออกลึกจนมองเห็นซี่โครง
  • เวลาลูกหายใจจะสังเกตว่ามีจมูกบานออกมากกว่าปกติ
  • ทารกหายใจมีเสียงดัง คล้ายกับเสียงคราง
  • ทารกมีอาการหายเร็ว หรือหายใจเร็วมากกว่า 60 ครั้งต่อนาที
  • ริมฝีปาก มือ เท้า ตา ของทารกมีสีฟ้า
  • ทารกมีอาการหยุดหายใจเกินกว่า 10 วินาที

เสียงหายใจแบบไหน บ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง

ภาวะทารกหายใจแรง มีเสียงหวีด หรือครืดคราด สามารถบ่งบอกถึงอาการที่ทารกเป็นอยู่ได้ โดยคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติการหายใจของลูกน้อย หากมีอาการหายใจเสียงดังผิดปกติดังต่อไปนี้ สามารถบ่งบอกถึงโรคที่เป็นอยู่เหล่านี้ได้

  • ทารกหายใจแรงมีเสียงหวีดหวิว ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอุดตันของจมูก หรือมีเสมหะและน้ำมูกมาก ส่งผลทำให้หายใจไม่ออก หายใจไม่สะดวก เวลาหายใจจึงมักจะมีเสียงหวีดหวิว
  • ทารกหายใจมีเสียง ฮี๊ด ลักษณะหายใจมีเสียงแบบนี้อาจจะเกิดจากการอุดตันของทางเดินหายใจ หรือบางครั้งอาจเกิดจากกล่องเสียงอักเสบ
  •  ทารกหายใจแหบๆ หรือเสียงไอก้อง ส่วนใหญ่เกิดจากการอุดตันของหลอดลม อาจจะเกิดจากหลอดลมมีเสมหะหนา หรือเกิดจากการอักเสบในกล่องเสียง ทำให้ทารกหายใจลำบาก และเวลาหายใจจึงมีเสียงดัง
  • ทารกหายใจครืดคราด คล้ายเสียงกรน มักเกิดจากการอุดตันของเสมหะในรูจมูก ทำให้ทารกหายใจไม่ออกและพยายามหายใจแรงขึ้น เวลาหายใจจึงมีเสียงคล้ายๆ กับเสียงกรน หรือมีการกรนเกิดขึ้น หากพบว่าทารกมีอาการแบบนี้ อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาเรื้อรังเช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือต่อมทอนซิลโตนั่นเอง
  • ทารกหายใจแรง ร่วมกับอาการไอที่รุนแรง ส่วนใหญ่เกิดจากการอุดตันที่บริเวณหลอดลม จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง
  • ทารกหายใจมีเสียงคราง หากพบว่าลูกหายใจแรงมีเสียงคล้ายกับเสียงครางร่วมด้วย อาการนี้มักเป็นสัญญาณการติดเชื้อที่รุนแรง หรือมีปัญหาสุขภาพปอด คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจะได้รักษาอย่างถูกต้อง
  • ทารกหายใจมีเสียงดังวี๊ด อาจเกิดจากสาเหตุเช่นมีเสมหะอุดตันรูจมูก ซึ่งอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางครั้งอาจจะหมายถึงการติดเชื้อที่ปอด หรือโรคทางเดินหายใจ หากลูกยังหายใจดังวี๊ดและอาการนี้ไม่ดีขึ้นเลย คุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่หากพบว่าลูกมีอาการคัดจมูกคล้ายๆ กับอาการหวัด ควรหมั่นสังเกตอาการของลูกให้ดี หากพบว่า ทารกหายใจแรง เวลาหายใจมีเสียงดังครืดคราดร่วมด้วย ควรหมั่นสังเกตอาการให้ดี หากหายไปเองก็อาจจะไม่ต้องกังวลอะไร แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง แพทย์จะได้รักษาอย่างถูกต้อง

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ

 

- Advertisement -