อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ คุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

267
อายุครรภ์ 16 สัปดาห์
- Advertisement -

ผ่านระยะเวลาในช่วงของการตั้งครรภ์มา 4 เดือนแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงได้เห็นพัฒนาการของลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์และการเปลี่ยนแปลงของตัวคุณแม่เอง สำหรับวันนี้เราจึงอยากมาเล่าประสบการณ์ในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นช่วงระหว่างที่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ มาบอกต่อให้คุณแม่มือใหม่ได้ทราบกัน พร้อมกับการดูแลตัวเองของคุณแม่ในช่วงนี้ จะเป็นอย่างไรมาดูไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงเมื่อ อายุครรภ์ 16 สัปดาห์

คุณแม่จะสังเกตเห็นได้ว่าในช่วงระหว่างที่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกับคุณแม่และลูกน้อยอย่างเห็นได้ชัดเจน เรามาดูกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

1.มีอาการคลื่นไส้

อาการคลื่นไส้นี้จะพบได้บ่อยกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ โดยจะมีอาการอื่น ๆ แทรกเข้ามาด้วย เช่น อาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก ให้คุณแม่ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ทั้งหมด พยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีเส้นใยสูง เพื่อจะได้ป้องกันการเกิดท้องผูก สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือจะต้องดื่มน้ำให้มาก ๆ ด้วย

2.เริ่มมีฝ้าและจุดด่างดำ

เราจะสังเกตเห็นได้ว่าคุณแม่หลายคนที่กำลังตั้งครรภ์ มักจะพบเจอกับปัญหานี้กันทุกคน นั่นเป็นเพราะว่าฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้มีส่วนในการเกิดฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะเมื่อคลอดลูกน้อยออกมาแล้วฝ้าและจุดด่างดำจะค่อย ๆ จางลงไปเอง

3.ผิวแตกและแห้งกร้าน

คุณแม่จะรู้สึกว่าผิวหนังของตัวเองมีความแห้งกร้านและแตกลาย ในระหว่างนี้ให้คุณแม่พยายามบำรุงผิวเป็นประจำจะช่วยให้ผิวพรรณของคุณแม่มีความชุ่มชื้นมากขึ้น หลังจากที่คลอดลูกน้อยออกมาแล้วผิวของคุณแม่จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

4.เริ่มมีอาการปวดขา

อาการปวดขาจะพบได้บ่อยมากในช่วงระหว่างที่คุณแม่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ เพราะทารกที่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่นั้นเริ่มมีน้ำหนักตัวมากขึ้น อาจทำให้อวัยวะบางส่วนของทารกนั้นไปกดทับเส้นประสาท มีผลทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณแม่จึงรู้สึกปวดขา ให้คุณแม่พยายามนอนตะเคียงเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีจะช่วยลดอาการปวดขาของคุณแม่ได้เช่นกัน

5.หลับยากและมักจะนอนไม่หลับ

อาจเป็นเพราะคุณแม่เกิดความกังวลหลาย ๆ อย่างจึงทำให้นอนไม่หลับ ให้คุณแม่ทำใจให้สบาย ๆ อย่าคิดมาก เพราะทุกอย่างที่คุณแม่เก็บเอามาคิดนั้นจะส่งผลให้คุณแม่เกิดความเครียดได้ แน่นอนว่าคุณแม่ไม่ได้รับผลกระทบเพียงแค่คนเดียวทารกที่อยู่ในครรภ์ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ลองหากิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายเหมาะสำหรับคุณแม่ที่มี อายุครรภ์ 4 เดือน จะช่วยให้คุณแม่นอนหลับง่ายมากขึ้น

คำแนะนำการดูแลตัวเองในช่วงนี้

มาถึงช่วงการให้คำแนะนำสำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ กันแล้ว เป็นสิ่งที่คุณแม่จำเป็นจะต้องใส่ใจให้มาก เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยและคุณแม่เองด้วย เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าควรดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงนี้

1.พบแพทย์เป็นประจำ

คุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 4 เดือน ควรหมั่นไปพบแพทย์เป็นประจำตามที่นัด เพื่อจะได้ตรวจร่างกายเป็นประจำและลดการเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารกที่อยู่ในครรภ์ด้วย

2.สวมรองเท้าที่ใส่สบาย

การสวมรองเท้าถือว่ามีส่วนสำคัญสำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ และคุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์อย่างมาก เพราะคุณแม่จะมีขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นจึงทำให้เท้าต้องรับน้ำหนักตัวทั้งหมด การเลือกใส่รองเท้าที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีจะช่วยให้คุณแม่ไม่ปวดที่ส้นเท้าและทำให้เดินไปไหนมาไหนได้สะดวกมากขึ้น

3.เข้าคอร์สนวดผ่อนคลายสำหรับคนท้อง

เชื่อว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม คุณแม่สามารถนวดผ่อนคลายได้เช่นกัน แนะนำให้นวดแบบเบา ๆ ไม่ต้องใช้แรงกดมากเกิน เพราะจะทำให้ร่างกายของคุณแม่เกิดรอยช้ำเขียวได้

4.ไม่ควรรับประทานอาหารมากเกินไป

ในช่วงที่คุณแม่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ควรระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หากคุณแม่คนไหนที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานระหว่างที่ตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารจึงมีผลต่อคุณแม่และทารกที่อยู่ในครรภ์อย่างมาก

5.เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

แน่นอนว่าการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้คุณแม่และทารกที่อยู่ในครรภ์ได้รับสารอาหารอย่างมีคุณค่าที่ร่างกายต้องการ เราขอแนะนำให้คุณแม่เลือกทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก โปรตีน แคลเซียม ผัก ผลไม้ มากเป็นพิเศษหรือถ้าคุณแม่ไม่มั่นใจว่าควรทานอย่างไรให้ขอคำแนะนำจากแพทย์ได้เช่นกัน

สำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ควรดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในช่วงที่ลูกน้อยกำลังเจริญเติบโตและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้คุณแม่ดูแลตัวเองให้ดีเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มาก ๆ และสิ่งที่สำคัญดื่มน้ำให้    บ่อย ๆ นะคะ สุดท้ายเราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกคนและขอให้คุณแม่กับลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้า

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ