ผ่าคลอด ผลกระทบที่เกิดกับแม่และทารก ที่คุณจำเป็นต้องรู้!


การคลอดลูกนั้นคุณแม่ส่วนใหญ่ปรารถนาที่จะคลอดเอง นั่นเป็นเพราะมีข้อดีต่าง ๆ มากมาย  อีกทั้งคุณแม่ยังฟื้นตัวเร็วหลังคลอดอีกด้วย  แต่หากเกิดความจำเป็นไม่อาจคลอดเองตามธรรมชาติได้  เนื่องจากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดทารกออกมาทางหน้าท้องของคุณแม่  ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้

1.ทารกมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกับกระดูกเชิงกราน  เพราะหากคลอดเองอาจจะติดขัดมาก ทำให้เกิดอันตรายทั้งแม่และลูกได้

2.ตามปกติแล้วท่าทางการคลอดของท่าลงที่ปกติ คือ ทารกเอาหัวลง ถ้าในกรณีที่ท่าทางการคลอดของทารกไม่อยู่ในท่าปกติ เช่น ไม่เอาหัวลง นอนขวางท้องหรือมีส่วนนำมากกว่าหนึ่ง เช่น ศีรษะมาพร้อมกับแขนขา

3.มีความผิดปกติที่เกิดจากระหว่างรอคลอด  เช่น  คุณแม่ปวดท้องคลอดอยู่นานแต่ไม่ยอมคลอดสักที  หรือระหว่างรอคลอด พบว่า  การเต้นของหัวใจลดลง  เสี่ยงขาดอากาศหายใจอาจทำให้เสียชีวิตได้ แบบนี้คุณหมอจะทำการผ่าตัดคลอดค่ะ

4.คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปและมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรงอาจจะทำให้มีแรงเบ่งคลอดไม่พอ

5.คุณแม่ที่มีโรคแทรกซ้อนซึ่งถ้าปล่อยให้คลอดเองอาจเกิดอันตรายได้ เช่น  ความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง ครรภ์เป็นพิษ  เป็นต้น

6.คุณแม่เป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศซึ่งสามารถติดต่อไปยังลูกน้อยได้

7.สายสะดือย้อย  คือ  ภาวะที่สายสะดือพลัดต่ำ ห้อยย้อย ทำให้ไม่สามารถคลอดลูกน้อยออกมาได้

จากสาเหตุที่กล่าวมาการคลอดทารกด้วยการผ่าตัดคลอดนั้น มีผลกระทบและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อร่างกายของคุณแม่และทารกน้อย  มาดูกันว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อแม่และลูก

ผลกระทบต่อคุณแม่ผ่าคลอด

1.คุณแม่จะได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ  ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น  ปอดอักเสบจากการสำลักน้ำหรืออาหารเข้าไปขณะดมยา ความดันโลหิตต่ำ  และกดการหายใจ

2.อาการตกเลือด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ขณะทำการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด

3.อาจมีการติดเชื้อหลังผ่าคลอด เช่น  การติดเชื้อที่มดลูก  การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด การติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ

4.เกิดการระคายเคืองต่อลำไส้ขณะทำการผ่าตัด  จึงทำให้ลำไส้หยุดเคลื่อนไหว หรือจากยาสลบ  ทำให้เคลื่อนไหวลดลง  เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย

5.อวัยวะในช่องท้องได้รับบาดเจ็บ เช่น ลำไส้  กระเพาะปัสสาวะ

ผลกระทบต่อทารกเมื่อแม่ผ่าคลอด

1.ทารกอาจได้รับการบาดเจ็บขณะผ่าตัดคลอด เช่น  ปลายมีดกรีดไปถูกทารกในขณะกรีดผนังมดลูก  อาจมีแขนหรือขาหักจากการผ่าตัดคลอด

2.ทารกมีอาการหายใจเร็วชั่วคราวในระยะหลังคลอด เกิดจากทรวงอกของทารกที่ผ่าตัดคลอดไม่ได้บีบรัดโดยช่องคลอด ทำให้น้ำถูกกำจัดออกจากปอดล่าช้า ทำให้หายใจเร็วขึ้นหลังคลอด

3.การผ่าตัดคลอดก่อนกำหนด เท่ากับทารกต้องออกมาดูโลกก่อนทั้งที่ร่างกายยังไม่พร้อม และเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้เมื่อคลอดออกมาแล้วทารกมักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ปัญหาที่พบได้บ่อย คือ  ตัวเหลือง เพราะเกิดจากตับทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว

4.การผ่าตัดคลอดทำให้ทารกไม่ได้กินน้ำนมเหลืองที่อุดมไปด้วยภูมิต้านทานโรค  น้ำนมเหลืองจะมีเฉพาะ 24 ชั่วโมงหลังคลอดเท่านั้น  แต่แม่ที่ผ่าตัดคลอดจะเจ็บแผลผ่าคลอดและไม่สามารถให้ลูกดูดนมได้  กว่าทารกน้อยจะได้กินนมแม่ประมาณ 2 – 3 วัน สำหรับแม่คลอดตามธรรมชาติ แม่สามารถให้นมลูกได้ทันทีเพราะไม่มีบาดแผลบริเวณหน้าท้อง จึงฟื้นตัวได้เร็วกว่า  จึงสะดวกในการให้นมแม่

ได้ทราบผลกระทบจากการผ่าคลอดที่มีผลต่อแม่และทารกกันแล้วนะคะ  ดังนั้น ขอแนะนำว่าในช่วงแรกเริ่มตั้งครรภ์ควรฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพื่อคุณหมอจะได้แนะนำการดูแลสุขภาพครรภ์ คุณแม่จะได้คลอดเองตามธรรมชาติเพราะการคลอดแบบธรรมชาติดีต่อแม่และทารกจริง ๆ ค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ