แชร์ประสบการณ์: ใช้คอตตอนบัดเช็ดหู จนต้องเข้ารับการผ่าตัด!

ระวังการใช้ cotton bud /Q-tip อาจทำให้ต้องผ่าตัด!!

5178
- Advertisement -

ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังให้ดีนะคะ สำหรับคนที่ชอบเช็ดหู หรือ แคะหูด้วยคอตตอนบัด เพราะถ้าไม่อยากเป็นเหมือนเหมือนกรณีนี้ซึ่งอาการหนักถึงขั้นต้องผ่าตัดหู เลยทีเดียวค่ะ

คุณแม่ ๆ คนไหนชอบแคะหูด้วยสำลีก้าน หรือ คอตตอนบัด โปรดระวังค่ะ เมื่อคุณ Kittikanda สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้แชร์ประสบการณ์ตรงของตัวเองไว้เป็นอุทาหรณ์ เตือนภัยสุขภาพให้เราทุกคนได้รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้คอตตอนบัด อย่างไม่ระมัดระวัง ที่นำมาซึ่งความเจ็บปวดอันแสนทรมาน จนไม่อยากจะใช้มันอีกต่อไปเลยก็เป็นได้

ระวังการใช้ cotton bud /Q-tip อาจทำให้ต้องผ่าตัด!! 

ขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อปีที่แล้วถึงอาการป่วยในขณะที่อยู่ในอเมริกาไกลบ้านไกลเมือง เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนที่ชอบใช้ cotton bud /Q-tip นะคะ

เราเป็นคนที่ชอบแคะหูมากกกกกก แบบว่ามันฟิน ก็ใช้เป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่งไปทำงาน ก็รู้สึกเจ็บหน้าซีกขวาเหมือนโดนตบหน้าอยู่ตลอดเวลา

อาการก็ไม่ดีขึ้นจนกระทั่งอีกวันหนึ่ง คือตอนพูดคุยกับลูกค้านี่แทบจะร้องไห้…ตกดึกคืนนั้นราว ๆ เที่ยงคืนก็ปวดไปทั้งหัวเลยค่ะ…ทีนี้ก็โทรไปเช็กประกัน คุยก็แบบทรมานจนประกันบอกว่าเดี๋ยวจะขอโทรมาเช็กอาการพรุ่งนี้เพราะเสียงเราไม่ดีเลย สุดท้ายก็ไปห้องฉุกเฉิน…

หมอพยายามส่องกล้องแต่ก็บอกเราว่าทำไม่ได้ เพราะหูมันบวมจนมองไม่เห็นว่าข้างในเป็นอะไร

สุดท้ายหมอว่าเป็น swimmer ear ที่นู่นยาเราต้องไปหาซื้อเอง ต้องเดินไปซื้อยาหยอดหู รวม ๆ ก็ 4 ชั่วโมงในห้องฉุกเฉินอันแสนทรมาน แล้วร้านขายยาไม่เปิดก็ต้องทนทรมานจนถึงเช้า

ยังค่ะมันยังไม่จบแค่นั้น…

พอได้ยาก็หยอดแต่ก็ไม่ดีขึ้น ยังปวดเหมือนเดิม ทำงานลำบากมาก สุดท้ายไข้ขึ้นเลยค่ะ โทรหาแฟนว่าไม่ไหวแล้ว ช่วยหน่อย เขามารับค่ะ…

พอเขากอดเรา เขาว่าเราตัวร้อนจัดจนเขาตกใจ (หลังจากฟาดไทลินอลไปสองเม็ดไข้ลดมาหนึ่งองศาก่อนที่จะน็อกเข้าห้องฉุกเฉินอีกรอบ)

เราไปหาหมอคลินิกใกล้บ้านที่เขารู้จัก หมอก็ว่าหูข้างในบวมจนส่องกล้องไม่ได้อยู่ แต่จะให้หยอดยาที่มีสเตียรอยด์แล้วจะให้ยาแก้อักเสบมากินละกัน

คืนนั้นเลยค่ะ…ทรมานเหมือนคนกระทีบหัวจนร้องไห้ เราตีแฟนให้ช่วยทั้งคืนรวม ๆ น่าจะ 17 รอบได้…เขาก็ไปเอายาจากญาติที่ตัดขาแล้วต้องกินยาแก้ปวด

แต่เรากินก็ไม่ช่วยอะไรเลย…สุดท้ายรุ่งสางแฟนตื่นมาดู โอ้โห…มาเต็ม ทั้งหนองและเลือดไหลออกทั้งสองกกหูค่ะ…ถึงขนาดแฟนต้องเอาสลิ้งมาดูดกันเลยทีเดียว


อันนี้ตอนเลือดแห้งบ้าง ไหลลงเบาะบ้าง พยายามเช็ดเท่าที่ทำได้ เจ็บจริง ปวดจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนจ้า

แต่พอวันถัดมาอาการดีขึ้นมาก ไข้ลด อาจจะเป็นเพราะหนองอะไรต่าง ๆ ได้ออกจากร่างไปแล้ว เรากลับมาทำงานก็สลับกันไป เดี๋ยวเลือดออกมาถึงคาง เดี๋ยวก็ปวดจนพูดไม่ออก…พอไม่ไหวก็กลับบ้าน

แต่ !!! พอยาแก้อักเสบหมดเท่านั้น…คราวนี้มันลามลงคอจ้า อย่างกับเป็นไข้หวัด คือเจ็บจนกินสเตร็ปซิลสองแผงหมดใน 4 ชั่วโมง

พร้อมกับฉีดยาพ่นคอเพื่อให้มันชาทุกครั้งที่คุยกับลูกค้าเสร็จ (อยากจะบอกว่าลูกค้าคนนึงคุยนานมาก จนเราน้ำตาคลอเลย)

สุดท้ายเหมือนเป็นไข้หวัดลงคอ ก็งง ๆ ค่ะ… แฟนก็เลยโทรไปหาหมอที่คลินิกเล่าอาการให้ฟัง…ที่ไหนได้ การที่เลือดออกสองกกหูนี่มันไม่ธรรมดา

มันหมายถึงแก้วหูชั้นในอักเสบและหมอก็ไม่คิดว่าเราจะเป็นขนาดนี้ บอกอีกว่าอย่าใช้ยาหยอดหูสเตียรอยด์นะ เพราะมันอาจจะทำให้มีปัญหาได้

โอววววว คุณหมอ….กลัวมากค่ะ…สุดท้ายกินอะไรไม่ได้ แม้แต่น้ำก็กลืนลำบาก…ช่วงนี้สื่อสารโดยการเขียนค่ะ

เขาก็เลยส่งตัวไปที่คลินิกเฉพาะทางคอ หู จมูก (เอ๊ะ เรียกถูกไหม)

สุดท้ายหมอบอกว่าต้องผ่าตัดจ้า คุณหมอคนนี้เก่งมากดูไม่ถึง 3 นาที… เขาก็พาไปขึ้นเขียงแบบเราไม่รู้เนื้อรู้ตัว…

คือแบบเขาต้องใช้เข็มยาวมากแทงเข้าไปในหูเพื่อฉีดยาชา คือตอนนั้นกัดปากจนเลือดไหลพรากเลยค่ะ… เสร็จแล้วก็ผ่าเช็ดแผลทำความสะอาดไม่ถึง 10 นาที แต่ทรมานที่สุดในชีวิต

ไม่น่าเชื่อ… หลังจากนั้นไม่ถึงวันกินข้าวได้เลย แล้วก็หายเป็นปลิดทิ้ง

คือหมอเขาก็ใช้ศัพท์การแพทย์ แม้กระทั่งแฟนเรายังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มันเกิดจากการอักเสบและติดเชื้อตรงแก้วหูชั้นในสุด…

ก็เลยคิดว่าอยากจะให้เพื่อน ๆ ระวังการใช้ cotton bud/Q-tip ให้มาก ๆ เพราะแม้มันจะไม่แหลมคมเหมือนไม้แคะหูแต่ก็อันตรายไม่ใช่ย่อยถ้าใช้ไม่เหมาะสมค่ะ

ฝากด้วยนะคะ

Via. Kittikanda/panitp

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ

- Advertisement -