รู้เพศลูกในท้องได้จากวิธีไหนบ้าง? ทั้งแบบปัจจุบัน และ ความเชื่อโบราณ

Yarkovoy/shutterstock

คุณแม่ทุกคนเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ก็อยากจะรู้เพศลูกในท้อง ด้วยกันทั้งนั้นว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คนสมัยก่อน กว่าจะรู้ว่าลูกเป็นเพศอะไรก็ต้องรอจนกว่าจะคลอด ไม่เหมือนในสมัยนี้ แค่รอเพียง 4-5 เดือนก็รู้แล้วว่าจะได้ลูกเพศอะไร มาดูกันค่ะ ว่าจะรู้เพศลูกในท้องได้จากอะไรบ้าง

รู้เพศลูกในท้อง แบบปัจจุบันด้วยวิธีทางการแพทย์

1. การอัลตร้าซาวด์ เพื่อดูเพศของลูกได้ผลดีและแม่นยำที่สุด เพียงคุณแม่มีอายุครรภ์ 18-20 สัปดาห์ขึ้นไปก็สามารถทราบได้เลยว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว แต่ทารกต้องอยู่ในท่าที่เหมาะสมด้วยนะคะ บางคนอัลตร้าซาวด์หลายครั้ง เด็กขี้อายไม่หันมาให้เห็น บางคนก็เอามือมาปิดไว้ ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ว่าจะได้เพศอะไร

2. การเจาะน้ำคร่ำ การเจาะน้ำคร่ำก็สามารถตรวจเพศลูกได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่ากับการอัลตร้าซาวด์ คุณแม่ที่จะเจาะน้ำคร่ำส่วนมากมักมีความเสี่ยงในบางเรื่อง เช่น เจาะน้ำคร่ำในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อายุเกิน 34 ปี ขึ้นไป เพื่อตรวจสอบภาวะเสี่ยงดาวน์ซินโดรม คุณหมอก็จะตรวจเพศลูกให้ได้เช่นกันค่ะ

3. การเจาะเลือด ในบางประเทศนิยม และสามารถตรวจสอบเพศลูกได้โดยการเจาะเลือดไปตรวจค่ะ


วิธีการดูเพศลูก ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากในปัจจุบัน และค่อนข้างจะได้ผลชัดเจน และแม่นยำสูงค่ะ

ในสมัยก่อน คนโบราณก็สามารถคาดเดาเพศลูกในท้องได้เหมือนกัน เช่น

เด็กผู้ชาย

  • สะดือแม่จะหงาย
  • ตอนตั้งครรภ์คอแม่จะดำ
  • ท้องจะแหลมยื่นไปข้างหน้า
  • ฝันว่าได้พระ ได้แหวน
  • ชอบกินเนื้อสัตว์

เด็กผู้หญิง

  • สะดือแม่จะคว่ำ
  • ผิวแม่จะขาวสวยเปล่งปลั่ง
  • ฝันว่าได้กำไร ต่างหู เครื่องประดับสวยงาม
  • ท้องกลม – แพ้ท้องหนัก
  • ชอบกินของหวาน

การคาดเดาแบบนี้ ไม่มีอะไรชี้ชัด และมีความแม่นยำแค่ 50/50 เหมือนคาดเดาเพื่อความรื่นเริง สร้างความสนุกสนานและความคาดหวังในครอบครัวเท่านั้นเองนะคะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ