12 อาการเหล่านี้คุณแม่ไม่ควรละเลยระหว่างตั้งครรภ์

อาการระหว่างตั้งครรภ์

คุณแม่ที่อยู่ในระยะตั้งครรภ์จะมีอาการต่าง ๆ เหมือนกันบ้างต่างกันบ้าง อาการบางอย่างก็ส่งผลดีเช่น ลูกดิ้น แต่อาการบางอย่างอาจส่งผลเสีย เช่น เลือดออกทางช่องคลอด อาการบางอย่างอาจจะไม่ต้องรีบพบแพทย์ สามารถรักษาให้หายเองได้ แต่อาการบางอย่างก็อาจจะต้องรีบพบแพทย์เพื่อปรึกษาด้านการรักษาอย่างถูกวิธี ดังนั้นคุณแม่ควรสังเกตอาการที่ไม่ควรละเลยระหว่างตั้งครรภ์ ดังนี้ค่ะ

12 อาการเหล่านี้คุณแม่ไม่ควรละเลยระหว่างตั้งครรภ์

1. เลือดออก บริเวณช่องคลอด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ควรรีบปรึกษาแพทย์ค่ะ

2. ลูกในท้องดิ้นน้อยกว่าปกติ ถ้าไม่แน่ใจในการนับลูกดิ้นแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ช่วยตรวจสอบทารกในครรภ์ว่ายังอยู่ปกติหรือไม่ค่ะ

3. สังเกตอาการของตกขาว หรือน้ำที่ไหลออกมาจากช่องคลอดว่ามีปริมาณมากเกินไปผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์เป็นต้นไป เพราะคุณอาจมีสิทธิคลอดก่อนกำหนดค่ะ


4. คุณอาจจะรู้สึกปวดกระดูกเชิงกราน หรือปวดหน่วงๆบริเวณช่องคลอดเนื่องจากอาการท้องลง ส่วนมากจะเกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้าย แต่ถ้าอายุครรภ์ 37 สัปดาห์แล้วมีอาการปวดมากแสดงว่าคุณกำลังจะคลอดให้รีบพบแพทย์ก่อนเลยค่ะ

5. มีอาการเจ็บบริเวณช่องคลอด หรือ เจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ หรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ

6. มีอาการอาเจียนรุนแรง หรือมีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้

7. มีไข้สูงเกินกว่า 38 องศาเซลเซียส และมีอาการหนาวสั่น คุณแม่ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ

8. มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง สายตาพร่ามัว เห็นแสงไม่ชัด อาการเหล่านี้แนะนำให้รีบพบแพทย์เช่นกันค่ะ

9. เป็นตะคริวอย่างรุนแรง นอนพักหรือ ยกขาให้สูงกว่าระดับหน้าอกแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น และเหมือนจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้รีบปรึกษาคุณหมอค่ะ

10. มีอาการคล้ายจะเป็นลม รู้สึกวิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หายใจลำบาก, ไอเป็นเลือด หรือ มีอาการเจ็บหน้าอก อาการแบบนี้คุณแม่ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ

11. อาการคันตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือตามจุดต่างๆในร่างกายอย่างรุนแรงให้รีบพบแพทย์เช่นกันค่ะ

12. อาการอื่น ๆ ที่เป็นอาจจะรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ แต่ถ้าอาการแสดงว่าเหมือนจะรุนแรงขึ้น ก็ให้คุณแม่รีบปรึกษาแพทย์ไว้ก่อนดีกว่านะคะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ