ตั้งครรภ์เดือนแรก แม่และทารกในครรภ์มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตั้งครรภ์เดือนแรก
ตั้งครรภ์เดือนแรก

เมื่อประจำเดือนเริ่มขาดไป 1-2 สัปดาห์ คุณแม่ที่ยังไม่มั่นใจว่าตั้งครรภ์ สามารถตรวจสอบการตั้งครรภ์ได้จากแผ่นตรวจครรภ์ที่มีขายอยู่ทั่วไป และเมื่อผลออกมาว่าท้องคุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลทันที

นอกจาก ประจำเดือนขาด ที่ทำให้คุณแม่รู้ว่าตั้งครรภ์แล้วยังมีอาการอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่บ่งบอกว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย อยากนอนตลอดเวลา คลื่นไส้ ทานอาหารได้น้อยลง อาการเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนของร่างกาย นอกจากนี้อาการอื่น ๆ สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เดือนแรกมักจะเป็นกันส่วนมากมีดังนี้ค่ะ

ตั้งครรภ์เดือนแรก แม่และทารกในครรภ์มีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะ?

1.เจ็บคัดเต้านม

เส้นเลือดบริเวณเต้านมเห็นชัดมากขึ้น และมีอาการปวดเต้านม เหมือนปวดคลายตัวตอนมีประจำเดือน

2.ผิวหนังหยาบกร้าน

ดำเป็นด่าง ๆ หรือบางคนอาจเริ่มเป็นฝีหรือมีผื่นขึ้น อาการเหล่านี้มักจะหายไปเองหลังคลอดลูก

3.ปากมดลูกจะมีมูกเหนียว ๆ ข้น ๆ


ที่เรียกว่ามูกเลือด มูกเลือดนี้จะช่วยป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเพื่อไม่ให้เข้าไปสู่ทารกในครรภ์ และเมื่อใกล้ถึงเวลาคลอดปากมดลูกจะอ่อนตัวลง และมูกเหนียวตัวนี้จะหลุดออกมาพร้อมกับการคลอดลูก

4.มดลูกจะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อรองรับกับตัวทารกที่จะโตขึ้นจนกว่าจะคลอด ในช่วงเดือนแรก-3 เดือนนี้ คุณแม่จะรู้สึกปวดท้องน้อยอยู่บ่อย ๆ เกิดมาจากการที่มดลูกขยายตัวนั้นเองค่ะ

5.อารมณ์

ช่วงนี้อารมณ์ของคุณแม่จะหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายนั่นเองค่ะ

นอกจากร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงเดือนแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ร่างกายของทารกในครรภ์ที่มีการปฏิสนธิก็มีการพัฒนาขึ้นเช่นกัน ดังนี้ค่ะ

  • 2 สัปดาห์แรก จะเริ่มเห็นอวัยวะที่เป็นไขสันหลัง และส่วนหลังของตัวอ่อน
  • 3 สัปดาห์แรก อวัยวะสำคัญเริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ หัวใจของทารกเริ่มเต้นแล้วค่ะ
  • 4 สัปดาห์แรก ทารกในครรภ์มีลักษณะคล้ายกุ้ง มีส่วนหัวและส่วนหางโค้งงอ ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร หนักไม่ถึง 1 กรัม

ในช่วงตั้งครรภ์ 1-3 เดือนแรกคุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์เพื่อรับยาและวิตามินที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์มาทาน และควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นประจำทุกวันนะคะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ