ลูกติดทีวี เสี่ยงสมาธิสั้น

ลูกติดทีวี เสี่ยงสมาธิสั้น

คุณพ่อคุณแม่ เคยใช้ “ทีวี” เป็นตัวช่วยผ่อนแรงในการเลี้ยงดูลูกน้อยหรือไม่ บ่อยครั้งที่ไม่มีเวลาจะนั่งเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับลูก คุณพ่อคุณแม่เปิดทีวีไว้เป็นเพื่อนลูกใช่ไหม? และหลายๆครั้งที่ลูกร้องไห้งอแง ทีวีมักจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้คุณพ่อคุณแม่เสมอๆ ใช่หรือไม่… ถ้าใช่ คุณพ่อและคุณแม่กำลังเดินมาผิดทางค่ะ  🙁

วารสารสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาได้ตีพิมพ์การศึกษาผลกระทบจาก การดูทีวีของเด็กเล็ก พบว่าเด็กเล็กที่ดูทีวีเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีสมาธิสั้นเมื่อเข้าสู่วัยเรียน และอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กอย่างถาวร เนื่องจากได้รับการกระตุ้นมากเกินไป ภาพเคลื่อนไหวในทีวีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลเสียต่อสมาธิและสายตาของเด็กเป็นอย่างมาก เด็กไม่สามารถโต้ตอบกับทีวีได้  ส่งผลให้พัฒนาการด้านความคิด อารมณ์ และการสื่อสารไม่เป็นไปตามวัย 

ลูกติดทีวี ขั้นรุนแรงจะทำให้เด็กสมาธิสั้น ส่งผลให้เด็กจะมีปัญหาในการเรียน เนื่องจากไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยและมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ การจัดระบบระเบียบทางความคิดต่างๆ ไม่มีประสิทธิภาพ และมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ส่งผลให้เรียนรู้ได้ช้า เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเช่นนี้  สถาบันกุมารแพทย์อเมริกันแนะนำว่า เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรดูทีวีเลยแม้แต่นิดเดียว  👿

ธรรมชาติของเด็กในวัย 0-2 ปีนั้น  จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับพ่อแม่ เพื่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ของสมองและการพัฒนาทักษะทางสังคม อารมณ์ และความคิดอย่างเหมาะสม เด็กวัยนี้ยังไม่มีความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์ ดังนั้น จึงแยกแยะความคิดต่างๆ ไม่ได้ว่าอย่างไหนจริงหรือไม่จริง ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย การนั่งเฉยๆ อยู่หน้าจอทีวี ลูกจะได้รับข้อมูลต่างๆ มากมาย ซึ่งไม่จำเป็นและไม่มีประโยชน์ต่อระดับความเข้าใจของเขา ด้วยสาเหตุนี้การดูทีวีจึงไม่เหมาะกับลูกวัยทารกหรือวัยเตาะแตะเลยค่ะ


เมื่อรู้แบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดูลูกน้อยเสียใหม่นะคะ เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ แข็งแรง สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ  😀


บทความจาก : maerakluke.com
Photo Credit : harvardpolitics.com