3 สาเหตุทำให้ทารกเสียชีวิตจากการนอน

ทารกเสียชีวิตจากการนอน

เรื่อง การนอนและเสียชีวิตของเด็กทารก นั้นถือเป็นเรื่องใกล้ตัวของคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมาก ๆ เพราะจะเห็นได้จากข่าวที่ออกมาบ่อย ๆ นั่นเองค่ะ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังเรื่องการนอนของลูกให้มากนะคะ โดยอุบัติเหตุที่ทำให้ ทารกเสียชีวิตจากการนอน ที่พบบ่อยมากที่สุด มีดังนี้ค่ะ

3 สาเหตุที่ทำให้ ทารกเสียชีวิตจากการนอน

1.ให้ทารกนอนคว่ำ

ทารกนอนคว่ำเสียชีวิต
ทารกนอนคว่ำเสียชีวิต

คุณพ่อคุณแม่มักจะจับลูกนอนคว่ำตั้งแต่แบเบาะ เนื่องจากเด็กบางคนนอนผวา หรือสะดุ้งบ่อยเพียงได้ยินเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือคุณพ่อคุณแม่บางคนก็มีความเชื่อว่าถ้าลูกนอนคว่ำจะทำให้หัวสวย โดยท่านอนคว่ำเหมาะกับเด็ก 3-4 เดือนขึ้นไปแล้ว เพราะเด็กช่วงนั้นจะยกคอ หมุนคอไปมา ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หากเด็กเล็กมาก ๆ ที่ยังพลิกคอไม่ได้เมื่อจับลูกนอนคว่ำ หน้าจะจมที่นอนโดยที่พ่อแม่ไม่ทันสังเกต ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตแทบทั้งสิ้น ดังนั้นเวลานอนควรจับลูกนอนหงาย ถ้าต้องการให้ลูกออกกำลังต้นแขน หัวไหล่ คอ ควรจับลูกนอนคว่ำตอนลูกตื่นและมีพ่อแม่คอยดูแลเท่านั้น

2.ถูกนอนทับจนเสียชีวิตจากท่าให้นมของคุณแม่

ถูกนอนทับจนเสียชีวิตจากท่าให้นมของคุณแม่
ถูกนอนทับจนเสียชีวิตจากท่าให้นมของคุณแม่

ส่วนมากการนอนของทารกท่านี้แล้วเสียชีวิต มักจะเกิดกับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร ในช่วงที่ร่างกายยังต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ท่าให้นมลูกที่ดีมีหลายท่า แต่ท่าที่นิยมให้นมลูกตอนกลางคืนคือ ท่านอนตะแคงให้นม เพราะจะทำให้แม่ได้พักผ่อนร่างกายไปด้วยขณะให้นมและอาจเผลอหลับไปพร้อมกันทั้งแม่และลูก ซึ่งนั่นอาจทำให้ตัวคุณแม่เผลอทิ้งน้ำหนักทับลูกได้ คุณแม่จะมารู้ตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ลูกแน่นิ่งเสียชีวิตไปแล้วแทบทั้งสิ้นค่ะ

3.เสียชีวิตจากเครื่องนอนหรือเตียง

เสียชีวิตจากเครื่องนอนหรือเตียง
เสียชีวิตจากเครื่องนอนหรือเตียง

ทารกเสียชีวิตจากเครื่องนอนที่วางอยู่บนที่นอน เช่น หมอน หม


อนข้าง ผ้าห่ม ตุ๊กตา การนอนและเสียชีวิตจากเครื่องนอนอาจเกิดจากการนอนดิ้นของลูกม้วนตัวไปมาจนผ้าห่มพันตัวและหน้าจนหายใจไม่ออก หรือจากเตียงนอนที่เป็นซี่ หรือเป็นร่องระหว่างซอกเตียงและฟูกนอน เมื่อหัวลูกลงไปจมอยู่ในซอกเตียง ทำให้ทารกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดิ้นไปมาจนขาดอาการหายใจได้ค่ะ

การนอนของเด็กทารก เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจให้มาก ๆ นะคะ ต้องหมั่นสังเกตท่าทางการนอนของลูกให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรดูแลเป็นพิเศษเลยค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ