ฝึกขับถ่ายให้ลูกกันเถอะ

ฝึกให้ลูกรู้จักการขับถ่าย

เด็กทารกหรือเด็กเล็กๆ โดยปกติมักจะขับถ่ายออกมาโดยยังไม่สามารถควบคุมได้ เพราะระบบประสาทยังไม่สมบูรณ์ ลูกน้อยอาจจะแสดงแค่สีหน้าหรือท่าทางว่ากำลังจะถ่าย อาจจะเกร็งตัว หน้าแดง หรือทำเสียง แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้อยู่ดีค่ะ

             แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมาซักประมาณ 1-2ปี คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มฝึกให้ลูกขับถ่ายเองได้แล้วนะคะ  ควรฝึกให้ลูกน้อยรู้จักความสะอาดตั้งแต่เด็ก เมื่อเค้าโตขึ้นไปจะได้เป็นคนที่รู้จักรักษาความสะอาด และจัดการกับระบบชีวิตได้ดีค่ะ แต่ไม่ควรไปเร่งเร้านะคะ ให้ใช้วิธีชักชวนเหมือนทำกิจกรรม เพราะลูกน้อยจะสนุกและอยากลองทำไปด้วยค่ะ ยิ่งถ้าลูกทำได้ก็จะเกิดความภูมิใจในตัวเองและจะทำอย่างสม่ำเสมอต่อไปเรื่อยๆค่ะ


             ในช่วงอายุ 1 ปีแรก ลูกจะยังไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้แต่จะสามารถนั่งขับถ่ายได้แล้ว   คุณแม่สามารถฝึกให้ลูกเคยชินได้แบบไม่รู้ตัว ปกติแล้วในตอนเช้าถ้าลูกได้ดื่มนมเข้าไป 5-10 นาที ก็จะถ่ายออกมา ในการฝึกนั้นให้คุณแม่อุ้มลูกที่กินนมเสร็จแล้วไปนั่งที่กระโถนทุกวัน ลูกจะรู้สึกชินว่าเมื่อกินนมเสร็จแล้วต้องได้นั่งกระโถน และรู้สึกว่าต้องมีอะไรมารองก้น คุณแม่ต้องคอยดูว่าลูกถ่ายออกมาช่วงไหนแล้วลองฝึกลูกดูนะคะ ถ้าลูกยังไม่พร้อมจะเรียนรู้ไม่ต้องไปบังคับ เดี๋ยวลูกจะต่อต้านเอานะคะ แทนที่ลูกน้อยจะถ่ายเป็นเวลา ลูกก็จะกลั้นอึ ไม่ยอมถ่ายจนท้องผูกได้ค่ะ

             ช่วงอายุที่เหมาะสมในการฝึกขับถ่ายแบบจริงจังคือตั้งแต่ 18-24 เดือนเป็นต้นไปค่ะ  ในช่วงอายุนี้เด็กจะเริ่มรับรู้ความรำคาญ ที่มีอะไรมาติดตามก้น ช่วงนี้ให้คุณแม่เริ่มฝึกโดยบอกลูกว่ามันเป็นสิ่งสกปรก ต้องทำความสะอาด และต้องสังเกตว่าลูกจะถ่ายตอนไหนได้นำกระโถนไปรองได้ทันค่ะ บอกกับลูกบ่อยๆ ว่าทุกคนต้องถ่ายลงกระโถนหรือโถส้วม ลูกก็จะเกิดการเลียนแบบ อยากทำเหมือนคนอื่นบ้าง เด็กช่วงนี้ชอบการเลียนแบบมากค่ะ แต่คุณแม่ไม่ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ แค่บอกก็พอค่ะ  :mrgreen:

            เมื่อช่วงอายุประมาณ 2 ปี คุณแม่ควรเริ่มถามลูกว่าปวดอึไหม อึออกมาหรือยัง ลูกจะเข้าใจได้ว่าที่คุณแม่ถามหมายถึงอะไร   ให้พูดให้ถามลูกบ่อยตามช่วงเวลาที่ลูกถ่ายเป็นประจำนะคะ ถ้าลูกนั่งกระโถนเรียบร้อยแล้วทำหน้าทำตาแปลกๆไป เช่น หน้าแดง ทำหน้าเบี้ยว ทำเสียงแปลกๆ แสดงว่าลูกกำลังจะอึคะ คุณแม่อาจช่วยลูกได้ด้วยการส่งเสียงเหมือนเชียร์ การที่คุณแม่ช่วยทำเสียงไปพร้อมกับลูกก็จะเป็นการช่วยลูกได้อีกทางค่ะ


จาก : maerakluke.com Photo Credit : nytimes.com