เด็กเป็นดีซ่าน หรือ ตัวเหลือง เกิดจากอะไร


โดยปกติแล้วเด็กทารกแรกเกิดจำนวนมากจะมี อาการตัวเหลือง ตาเหลือง และ ปัสสาวะเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทารกแรกเกิดทั่วไป เนื่องจากตับของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ยังไม่สามารถขจัดสารสีเหลือง ที่เรียกว่า บิลิรูบิน ออกจากกระแสเลือด จึงทำให้มีการคั่งของสารนี้จนทำให้เกิดอาการดีซ่าน แต่เมื่อตรวจร่างกายจะไม่มีการพบโรคหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ

โดยส่วนมากจะพบ อาการดีซ่านของเด็กทารกหลังคลอด ประมาณ 2-5 วันค่ะ แต่สำหรับเด็กที่มีสารบิลิรูบินในเลือดสูงมาก สารนี้จะซึมเข้าสู่สมอง ก่อให้เกิด โรคสมองอักเสบ อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ค่ะ

เด็กที่มีโอกาสเป็นดีซ่าน คือ

1.เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด

2.เด็กทารกที่กินนมหรือน้ำน้อยเกินไป


3.เด็กทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

4.เด็กที่เป็นโรคทางเดินน้ำดีฝ่อตีบตันแต่กำเนิด (Biliary atresia) จึงเกิดการคั่งของน้ำดีในตับ

5.คุณแม่และทารกมีเลือดคนละชนิดที่ไม่สามารถเข้ากันได้ จึงทำให้ทารกมีสารภูมิต้านทานที่ทำลายเม็ดเลือดแดงของตนเอง สารบิลิรูบินจึงสูงขึ้น ทำให้เกิดอาการดีซ่านได้

อาการของเด็กที่เป็นดีซ่าน คือ

1.ทารกตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม อุจจาระสีปกติ

2.ทารกตัวเหลืองหลังคลอด 2-5 วัน และตัวจะเหลืองที่สุดประมาณวันที่ 5-7 นับจากหลังคลอด

3.อาการเด็กที่ตัวเหลืองจะเป็นปกติ ไม่ซึม ไม่งอแง ไม่ซีด

4.กินนมและน้ำได้ตามปกติ

วิธีการรักษาอาการเด็กที่เป็นดีซ่านหรือตัวเหลือง ดังนี้

1.ให้ดูดนมแม่ให้เร็วที่สุดตั้งแต่แรกเกิด หรือ ภายใน 1 ชั่วโมง

2.อุ้มลูกตากแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า ประมาณ 6-7 โมงเช้าทุกวันจนกว่าอาการตัวเหลืองจะดีขึ้น

3.ใช้แสงไฟนีออนส่อง

หากเด็กมีอาการดังนี้ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

1.เด็กตัวเหลือง มากขึ้นเรื่อยๆเกิน 1 สัปดาห์

2.ฝ่ามือ ฝ่าเท้าเหลือง

3.มีอาการไข้, ซีด, ท้องเสีย, ซึมผิดปกติ, ตัวอ่อนปวกเปียก

4.ไม่ดูดนม, อาเจียน, ชัก, ร้องไห้เสียงสูงผิดปกติ

5.มีอาการตัวเหลืองตั้งแต่แรกคลอด หรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด

6.มีอาการตัวเหลืองหลังคลอดไปแล้ว 7 วัน

โดยปกติแล้วอาการตัวเหลืองหรือดีซ่าน ไม่เป็นอันตรายกับทารกแรกเกิด และมักจะหายไปเองไม่เกิน 2 สัปดาห์ อาการตัวเหลือง นี้จะอันตรายก็ต่อเมื่อมีอาการแทรกซ้อน เช่น ทารกจะมีอาการซึม ไม่ดูดนม อาเจียน หลังแอ่น ตาเหลือง ชัก อาการเหล่านี้อาจทำให้สมองของทารกพิการ เนื่องจากมีการสะสม บิลิรูบิน ในสมอง หรือที่เรียกว่า เคิร์นอิกเตอรัส อาการนี้หากทารกไม่เสียชีวิตเด็กก็อาจจะพิการได้ค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ