3 ประโยคคำพูดที่ทำร้ายจิตใจของลูก


สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องการมากที่สุดคือ ถ้อยคำชื่นชมจากใจของคุณพ่อคุณแม่มากกว่าสิ่งใด รวมถึงการเอาใจใส่เกี่ยวกับเขาเท่านั้น เด็กพร้อมเปิดใจรับทุกสิ่งที่คุณบอกเล่า การสั่งสอนลูกโดยอ้างเหตุผลอย่างเหมาะสม ทำให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ และมีปลายทางหลังลงมือทำไปแล้วอย่างไร ที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แต่ผู้ปกครองมักมองข้ามและใส่อารมณ์บ่อยครั้งกับถ้อยคำ กลายเป็นว่าถ้อยคำเหล่านั้นทำลายจิตใจลูกน้อยจนหวาดกลัว ไม่กล้าเล่าสิ่งที่พบเจอมากับพ่อแม่ บางครั้งถ้อยคำที่คุณไม่ตั้งใจเอ่ยดันกลับกลายเป็นคมดาบแก่ลูกนะคะ หากคุณเคยเอ่ยถ้อยคำดังต่อไปนี้ ควรเปลี่ยนพฤติกรรม และย้อนมองตัวเองกับลูกด้วยว่าเขาเปลี่ยนไปอย่างไร?

3 ประโยคคำพูดที่ทำร้ายจิตใจของลูก

๑. “ตอน (พ่อ/แม่) อายุเท่าลูก….” 

ประโยคนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรยกมาพูด เพราะการเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกสิ่งอย่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตาม เด็กจะขาดความเชื่อถือและไม่ยอมฟังที่คุณสอนได้ง่ายขึ้น หากจะเอ่ยคำนี้คุณต้องเปรียบเทียบสถานการณ์ และเหตุผลอ้างอิงให้เห็นภาพอย่างชัดเจน เพื่อที่ลูกน้อยจะได้เข้าใจดีขึ้น

๒. “ทำไมเราถึงไม่เก่งเหมือนพี่ (น้อง หรือลูกคนข้างบ้าน) บ้าง”

ประโยคทำร้ายจิตใจที่คลาสสิคที่สุด คุณพ่อคุณแม่ควรจำไว้ว่าเด็กไม่ชอบการเปรียบเทียบ เหมือนกับที่คุณไม่ชอบโดนเปรียบเทียบกับครอบครัวอื่นหรือเพื่อนร่วมงาน ถ้อยคำนี้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขาช่างไร้ค่า เกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจ และขาดความมั่นใจในการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ รวมถึงไม่กล้าแสดงความคิดเห็นด้วย

๓. “ลูกไม่เคยทำอะไรถูกเหมือนเขาเลย…”

ดูเหมือนไม่รุนแรงแต่สำหรับเด็กมันหมายถึง “ลูกช่างไร้ความสามารถ ไม่มีปัญญาทำได้หรอก” ประโยคทำลายโลกใบสดใสของเด็ก ๆ เลย เป็นประโยคต้องห้ามที่ไม่ควรเอยจากปากคุณพ่อคุณแม่ที่สุด


บางครั้งที่คุณรู้สึกว่าเป็นถ้อยคำรุนแรง แต่มันช้าเกินไปที่จะแก้ไขหรือสร้างความเข้าใจใหม่แก่ลูกน้อย ดังนั้นก่อนที่คุณจะเอ่ยประโยคทำร้ายจิตใจลูก พ่อแม่ต้องระงับอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิดให้เบาลง และสอนเขาให้ถูกต้อง หรือให้กำลังใจเพื่อให้เขากล้าทำในสิ่งที่ดีขึ้น

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ