ยัดเยียดให้ลูกเรียนมากไป ลูกเป็นโรคซึมเศร้าได้

ยัดเยียดให้ลูกเรียนมากไป ลูกเป็นโรคซึมเศร้าได้

การยัดเยียดให้เด็กเรียนรู้อะไรมากเกินไปเชื่อไหมว่าทำให้เด็กบางคนถึงกับเป็นโรคซึมเศร้าได้ บ้างก็กลายเป็นเด็กขาดสติ อย่างที่เราได้ยินข่าวเรื่องเด็กเกิดความเครียดเนื่องจากผลการเรียนไม่เป็นที่น่าพอใจจนถึงคิดสั้นเลยก็มี ซึ่งสาเหตุหนึ่งนั่นก็คือความคาดหวังของผู้ปกครองที่เขาแบกอยู่นั่นเอง

ในสมัยนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนต่างให้ลูกเรียนพิเศษนั่นนู่นนี่เพื่อที่จะได้เอาไปคุยอวดคนอื่นเหมือนลูกเป็นของที่ต้องโชว์ไปแล้ว กลายเป็นพ่อแม่รังแกฉันแบบสมัยใหม่ จะดีกว่าไหมหากเราสามารถสอนสั่งและให้เขาพัฒนาการได้แบบทางสายกลาง ให้เขากลายเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดี มีเพื่อนมากมาย เป็นที่รักใคร่ของใครหลายคน และอยู่รวมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

การให้เด็กเรียนพิเศษนั้นควรเริ่มต้นช่วงมัธยมศึกษาตอนต้นถึงจะเหมาะสมกว่า หากในช่วงของอนุบาลและประถมควรปล่อยให้ลูกน้อยได้เล่นไปตามประสาของเขาให้เต็มที่ เพื่อพัฒนาการในด้าน EQ และการปรับตัวเข้าสังคม การเรียนพิเศษหรือว่าอะไรก็ตามที่ลูกร้องขอและไม่ร้องขอควรมีการพูดคุยกัน หากลูกร้องขอก็ควรบอกเขาให้ตั้งใจเรียนเพราะเงินทองไม่ได้หามาง่าย ๆ ไม่ควรเรียนแบบขอไปที แต่หากลูกไม่ได้ร้องขอก็ควรอธิบายให้เขาเข้าใจว่าทำไมเพราะอะไรถึงต้องเรียนพิเศษเพิ่ม

ซึ่งในเวลา 7 วัน คุณควรปล่อยให้ลูกได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เขาอยากทำ ให้ลูกได้มีเวลาสรรสร้างจินตนาการของเขา รวมถึงมีส่วนร่วมสในการทำกิจกรรมของครอบครัว เพราะการเรียนพิเศษติดต่อกันนั้นทำให้เด็ก เหนื่อย ล้า กดดัน และเบื่อ หากหนักเข้าก็จะกลายพาลเกลียดคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบบังคับให้เอาแต่เรียนและหันไปคบเพื่อนที่ไม่ดีได้นะคะ


นอกจากการเรียนพิเศษทางวิชาการแล้ว ลองสนับสนุนให้เขาเล่นดนตรีและเล่นกีฬาดูบ้าง แต่ไม่ควรไปบังคับจริงจังถึงขั้นลงแข่งขันประกวดอะไร ให้แค่เรียนรู้จักแพ้ชนะ รู้จักการทำงานเป็นทีม ให้รู้จักแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง เมื่อเกิดปัญหาก็จะทำให้พัฒนาการทางด้านอารมณ์ของลูกมีมากขึ้น

Photo Credit : health.india.com

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ