ทำความเข้าใจเรื่องการชื่นชมและการชมเชย ก่อนใช้กับลูก

ทำความเข้าใจเรื่องการชื่นชมและการชมเชย

การที่เด็กอวดอ้างความสามารถทั้งด้านศิลปะ การเล่นดนตรี กับคุณนั้นเป็นเพราะว่าพวกเด็ก ๆ กำลังแสดงความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ในหลายครั้งการที่คุณพูดชมเด็กอาจไม่ตรงใจพวกเขาก็ได้ เพราะคุณพ่อคุณแม่อาจไม่เข้าใจว่า “ชื่นชม” กับ “ชมเชย” มันแตกต่างกันตรงไหน ปกติจากที่ทำงาน หากคุณมีผลงานหรือการทำงานที่ดีมักได้รับการ “ชมเชย” จากหัวหน้าเสมอ แต่ไม่ได้รับการ “ชื่นชม” จากเพื่อนร่วมงานเท่าไรนัก อาจเพราะความอิจฉาหรือเพื่อนร่วมงานของคุณก็สามารถทำเหมือนคุณได้เช่นกัน

 

ปรับเปลี่ยนความเข้าใจใหม่เสีย เพราะเด็กเขามีความสามารถพิเศษในการรับรู้ความรู้สึกคุณผ่านคำพูดได้ ว่าคำพูดคุณมีความจริงใจต่อพวกเขามากน้อยแค่ไหน หรือแค่คำพูดเสียงดัง ๆ ที่คุณมักบอกว่าไม่ได้โกรธ ลูกน้อยของคุณยังรู้ได้เลยว่าคุณน่ะโกรธเขาอยู่ แม้คุณจะปฏิเสธแค่ไหนแต่ลูกน่ะร้องไห้ไปแล้ว

 

มาทำความเข้าใจเรื่องการชื่นชมและการชมเชย ก่อนใช้กับลูก


 

การชื่นชม เป็นการที่คุณพูดจากสิ่งที่ชื่นชอบจากตัวของลูก โดยมองหาสิ่งดีที่มีอยู่ในตัวลูก หรือผลงานของลูกว่ามีจุดใดน่าสนใจ หรือเป็นจุดที่ลูกต้องการสื่อให้คุณสนใจ อาทิ ลูกวาดรูปครอบครัว และมีสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ คุณอาจจะถามว่าเขาวาดอะไร สวยจังเลย มีกี่ตัวและเขาเคยเห็นจากที่ไหน เป็นต้น การชื่นชมเป็นการพูดถึงสิ่งที่เห็นอยู่ และใส่ใจในงานของเขา พร้อมการพูดเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างผลงาน หรือทำสิ่งที่ดีต่อไป

 

ส่วนการ “ชมเชย” แม้ในตำราหลายเล่มจะบอกว่า ครอบครัวควรชมเชยเด็กเมื่อเขาทำดีหรือสิ่งที่ดีงาม ซึ่งในหนังสือหลายเล่มอาจหมายถึงการชื่นชมเขา ส่วนการชมเชยอาจเป็นการให้กำลังใจอย่างเหมาะสม เช่น เมื่อลูกทำข้อสอบออกมาได้คะแนนเป็นที่ไม่น่าพอใจของคุณ แทนที่จะดุด่าควรเปลี่ยนเป็นชมเชยว่าเขาเก่งที่ทำได้ขนาดนี้ และบอกเขาว่ายังสามารถทำได้อีกนะ หากลูกขยัน เท่านี้เด็กก็มีกำลังใจที่จะตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้คะแนนดีจนพ่อแม่ชื่นชมผลการเรียนของเขาจากใจจริง


จาก : แม่รักลูก Photo Credit : drrobynsilverman.com