อุบัติเหตุ 7 เรื่องที่มักเกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์

47520
อุบัติเหตุ 7 เรื่องที่มักเกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์
And-One / shutterstock
Advertisement

คุณผู้หญิงทั้งหลายเมื่อถึงเวลาตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังตัวเองให้มาก ๆ เพราะตอนท้องจะทำอะไรก็ดูอุ้ยอ้ายเชื่องช้าไปซะหมด เนื่องจากรูปร่างสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปจะทำอะไรก็รู้ไม่ถนัดเหมือนเดิม และการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างอาจทำให้คุณแม่และลูกในท้องเป็นอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดังนี้ค่ะ

อุบัติเหตุ 7 เรื่องที่มักเกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์

1. ตกบันได

เพราะใส่รองเท้าส้นสูง การใส่รองเท้าส้นสูงถือเป็นเรื่องที่อันตรายมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้คุณแม่ลื่นล้ม หรือตกบันไดได้ นอกจากนั้นคุณแม่ที่มีอาการเท้าบวมก็ควรหลีกเลี่ยงการใส่ร้องเท้าส้นสูงด้วยค่ะ

2. เดินชนสิ่งของที่อยู่รอบข้าง

เพราะกะระยะไม่ถูก คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนไม่ชินกับร่างกายตัวเองที่ใหญ่ขึ้น ท้องที่ใหญ่ก็ยื่นออกมาชนสิ่งของต่าง ๆ โดยที่ไม่ทันระวังตัว เช่น ท้องชนกับอ่างล้างหน้า เดินชนกับผู้คนที่เดินสวนไปมา เป็นต้น

Advertisement

3. หน้ามืดฉับพลัน

ปกติจะเกิดกับคุณแม่ที่ลุกนั่งเร็วเกินไป อาการหน้ามืดของคุณแม่ตั้งครรภ์จะทำให้คุณแม่และลูกในท้องเป็นอันตรายได้ถ้าคุณล้มแรงและท้องกระแทกกับพื้นหรือของแข็งค่ะ

4. ลื่นล้ม

ควรระวังการลื่นล้มในห้องน้ำ หรือห้องอื่นภายในบ้าน ดังนั้นคุณแม่หรือคนในบ้านควรดูแลบริเวณบ้านให้ดี การทำความสะอาดบ้านที่ต้องใช้น้ำควรระวังเป็นพิเศษค่ะ

5. กระแทกกระทั้น 

จากการเดินทางบ่อย การเดินทางไม่ว่าจะทางรถยนต์ส่วนตัว รถมอเตอร์ไซค์ ถ้ารถมีการตกหลุมบ่อย ๆ หรือเกิดการกระแทกแรง ๆ อาจส่งผลอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ค่ะ

6. ขับรถและท้องกระแทกกับพวงมาลัย

คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถขับรถได้ตามปกติ แต่สำหรับคุณแม่ที่ใกล้คลอดและท้องใหญ่มาก ๆ ควรหลีกเลี่ยง เพราะท้องอันใหญ่โตของคุณแม่อาจไปกระแทกกับพวกมาลัยทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

7. ยกของหนัก

คุณแม่บางคนชอบช็อบปิ้ง ซื้อของเพลิดเพลินจนลืมไปว่าของที่ถืออยู่นั้นหนักแค่ไหน หรือบางคนลืมตัวว่าท้องอยู่ ก็ยกของทำงานหนักตามปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายกับลูกในครรภ์ได้โดยเฉพาะคุณแม่ที่ใกล้คลอดค่ะ

ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอุบัติเหตุเหล่านี้อย่างรุนแรง ส่วนมากจะทำให้คุณแม่มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือ รู้สึกปวดท้องมากผิดปกติ ดังนั้น คุณแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจสอบอาการทันทีค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ

Advertisement