รับมือกับพฤติกรรมการเลือกกินของลูกรัก

รับมือกับพฤติกรรมการเลือกกินของลูกรัก

คุณแม่ได้เตรียมอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และเป็นอาหารที่ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่า เหมาะสมกับวัยของลูกน้อยอย่างมาก แต่หลายครั้งลูกน้อยทานอาหารที่คุณแม่เตรียมไว้ไม่หมด แรก ๆ อาจคิดว่าเตรียมไว้ในปริมาณที่มากเกินไป แม้ลดปริมาณอาหารที่เตรียมไว้แล้ว ลูกน้อยก็ยังทานในปริมาณที่น้อยเหมือนเดิม อาการนี้สร้างความกังวลให้กับคุณแม่อย่างมาก เพราะคิดว่าลูกอาจป่วยไข้ หรือแพ้อาหารหรือเปล่า ดังนั้นคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกรักว่าเป็นดังต่อไปนี้หรือไม่?

 

  • แม้จะเปลี่ยนอาหารให้มีความหลากหลาย ปริมาณที่ลูกทานไปก็น้อยกว่าปกติ
  • ปฏิเสธการป้อนอาหารด้วยการปิดปากสนิท ร้องไห้โยเยเมื่อจะป้อนอาหาร
  • ไม่สนใจที่จะทานอาหาร

 

หากลูกๆของคุณ มีพฤติกรรมตามที่กล่าวไป คุณแม่ควรรู้ไว้ว่าลูกของคุณมีอาการทานอาหารยากหรือเลือกทานอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้ ลูกของคุณจะไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตอย่างมาก อาหารเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสารอาหารที่จำเป็น เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุ 28 ชนิด เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาร่างกายและพฤติกรรมของเด็ก


 

หากลูกๆของคุณไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอจะส่งผลตามมาดังนี้ค่ะ

ด้านสุขภาพและการเจริญเติบโต

เมื่อลูกๆของคุณเป็นเด็กที่ทานอาหารยากหรือเลือกทานอาหารแล้ว สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายย่อมได้รับไม่ครบถ้วน ส่งผลให้น้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐาน ตามอายุและเพศ มีโอกาสที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติได้ มีโอกาสที่จะเป็นโรคโลหิตจางได้ง่ายขึ้นเพราะขาดธาตุเหล็ก โอกาสป่วยบ่อยก็สูงขึ้น

ด้านการเรียนรู้

วิตามินและแร่ธาตุช่วยในการพัฒนาสมองของเด็กอย่างมาก หากลูกของคุณได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ลูกของคุณอาจมีปัญหาด้านการเรียนรู้ อาจเรียนรู้ได้ช้ากว่าเพื่อนในช่วงอายุเดียวกัน กลายเป็นจุดด้อยที่ทำร้ายเด็กได้ในอนาคต

 

หากคุณแม่เริ่มเห็นว่าลูกของคุณเลือกทานอาหารแล้ว ควรปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ นำของเล่นที่อยู่ใกล้ตัวออกห่างระหว่างทานอาหาร หรือปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมในการปรับพฤติกรรมการเลือกทานอาหารของลูก จะช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็วที่สุด


จาก : แม่รักลูก Photo Credit : njfamily.com