เริม ไวรัสตัวร้ายของคุณแม่ตั้งครรภ์

เริม ไวรัสตัวร้ายของคุณแม่ตั้งครรภ์

เริม เป็นการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งชื่อ Herpes simplex ซึ่งมี 2 แบบคือ HSV-1 มักจะขึ้นบริเวณปาก และ HSV-2 จะพบบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด ผู้ที่เป็น เริม เมื่อเป็นครั้งหนึ่งแล้ว ก็จะเสมือนเป็นโรคประจำตัว สามารถจะเกิดตุ่มหรือแผลเริมได้อีกเมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือเกิดจากอากาศร้อน สามารถติดต่อกันได้โดยการมีเพศสัมพันธ์ การดื่มน้ำแก้วเดียวกับผู้ที่เป็นโรคนี้ การเป็นเริมไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่จะอันตรายมากถ้าเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์

อาการของเริม ผู้ที่เริ่มเป็นเริมจะมีตุ่มใส ๆ เม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตามที่ต่าง ๆ เม็ดตุ่มใส ๆ นี้จะแตกภายใน 1-2 วัน ถ้าเป็นตรงบริเวณช่องคลอดจะทำให้ปัสสาวะลำบาก ปวดอวัยวะเพศ บางคนมีอาการไข้ แผลที่เกิดจากเริมจะหายสนิทภายใน 2-3 สัปดาห์

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วเป็นเริมตรงอวัยวะเพศเชื้อโรคอาจผ่านเข้าไปสู่ตัวทารกในครรภ์ ทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ และถ้าเป็นช่วงใกล้คลอดถ้าคลอดออกมาเด็กมีโอกาสติดเชื้อได้มากถึง 30-50 เปอร์เซ็นต์

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นเริม จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทดังนี้

  • ตั้งครรภ์และเป็นเริมครั้งแรก คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่เคยเป็นเริมมาก่อนที่จะตั้งครรภ์นั้นจะมีอาการรุนแรงมาก เพราะร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัส HSV-1 และ HSV-2 มาก่อน คุณแม่จะรู้สึกอ่อนเพลีย คันบริเวณอวัยวะเพศ การติดเชื้อเริมตอนครรภ์อ่อน ๆ คุณแม่อาจ แท้งลูก หรือ คลอดก่อนกำหนด ได้ค่ะ
  • มีอาการเริมครั้งแรกแต่ไม่ใช่การติดเชื้อครั้งแรก คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เคยเป็นเริมมาก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์นั้นจะมีอาการน้อยกว่าผู้ที่เริ่มเป็นเริมครั้งแรก เพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัส HSV-1 และ HSV-2 แล้ว อาการจะหายไปเองภายใน 7-10 วัน และต้องระวังไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อยู่ในที่ร้อนอบอ้าว
  • เกิดโรคเริมซ้ำระหว่างตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นเริมตอนตั้งครรภ์แล้วกลับมาเป็นซ้ำอีก อาการจะไม่รุนแรงแล้วค่ะ ทารกมีโอกาสติดเชื้อแค่ 4-5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วค่ะ

การรักษาผู้ที่เป็นเริมขณะตั้งครรภ์

ถ้าเป็นบริเวณปากคุณหมอจะให้บ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ ถ้าปวดก็กินยาแก้ปวดตามปกติ ถ้าเป็นเริมที่อวัยวะเพศ คุณหมอก็จะให้ยาทาแก้ผดผื่นคัน ถ้ามีอาการปวดมากสามารถบรรเทาได้ด้วยการแช่น้ำอุ่น ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นซ้ำบ่อย ๆ คุณหมอจะให้ยาต้านไวรัสไม่ให้กลับมาเป็นอีกจนกว่าจะคลอด ยาที่ใช้จะมีผลรุนแรงมากจึงไม่แนะนำให้ใช้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ  กรณีที่คุณแม่ใกล้คลอดแล้วยังมีอาการอยู่ก็จะไม่อนุญาตให้คลอดบุตรผ่านทางช่องคลอดค่ะ คุณหมอจะแนะนำให้ผ่าตัดคลอด แต่ถ้าขณะใกล้คลอดไม่มีอาการขึ้นมา ก็สามารถคลอดบุตรได้ตามปกติค่ะ


เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ