มดลูกอักเสบ อาการ เป็นอย่างไร? แม่หลังคลอดต้องเช็ค รู้เร็ว รักษาทัน

199
มดลูกอักเสบ อาการ
- Advertisement -

เกิดเป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก เพราะนอกจากจะตั้งท้องยาวนานเป็นเวลาถึง 9 เดือน เมื่อคลอดลูกก็มักจะมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาอีกด้วย และอาการมดลูกอักเสบก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของคุณแม่หลังคลอด เป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงขึ้นได้ อาการมดลูกอักเสบเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลังคลอดทุกคน ซึ่ง มดลูกอักเสบ อาการ เป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน และจะมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง ในบทความนี้เรามีคำตอบมา

มดลูกอักเสบ อาการ เป็นอย่างไร มาดูกัน

คุณแม่หลังคลอดหลายคนจะต้องประสบกับปัญหา มดลูกอักเสบ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรียจากช่องคลอดเข้าสู่กล้ามเนื้อมดลูก หรือจะมาจากมดลูกฉีกขาด หรือเย็บแผลฝีเย็บไม่ดี สาเหตุเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เกิดมดลูกอักเสบได้ โดยคุณแม่ที่มีอาการมดลูกอักเสบ อาการ ก็จะมีดังนี้

  • มีอาการปวดท้องโดยเฉพาะตรงมดลูก ซึ่งอาการปวดนี้ไม่ต้องใช้มือกดไปที่มดลูกก็จะมีอาการปวดหน่วงๆ ร่วมกับอาการปวดเกร็งเป็นระยะๆ
  • มดลูกอักเสบ อาการไข้ขึ้นสูงประมาณ 38 องศาเซลเซียส หรือมีอาการไข้ขึ้นสูงหลังจากคลอดได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
  • น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น เนื่องจากการติดเชื้อ โดยการสังเกตน้ำคาวปลาอย่างเดียวก็จะทำให้ดูได้ยาก เพราะเชื้อโรคบางตัวก็สามารถทำให้น้ำคาวปลาไม่มีกลิ่นเหม็น หรือสีเปลี่ยนไปเลย
  • มีอาการตกขาวอย่างรุนแรง ตกขาวมีกลิ่น
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย หากมีอาการดังกล่าวนั่นแสดงว่าเชื้อดังกล่าวได้ลุกลามไปถึงเยื่อบุช่องท้องแล้ว ไม่ควรปล่อยไว้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

อันตรายจากภาวะ มดลูกอักเสบหลังคลอด

หลังจากที่คลอดคุณแม่อาจจะมีอาการปวดมดลูกได้ เพราะตามธรรมชาติแล้วมดลูกจะมีการบีบตัวเพื่อคืนเข้าสู่สภาวะปกติ หรือมดลูกเข้าอู่ แต่มดลูกอักเสบ อาการจะแตกต่างออกไป คุณแม่จะมีอาการปวดท้องหน่วงๆ เป็นระยะๆ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นตกขาวอย่างรุนแรง น้ำคาวปลามีกลิ่น รวมถึงมีไข้เกิน 38 องศาร่วมด้วย หากมีอาการรุนแรงจะทำให้คุณแม่เสียชีวิตได้ เนื่องจากเศษของเซลล์เนื้อที่ตายได้แพร่กระจายไปตามกระแสเลือดจนทำให้เกิดอาการเป็นฟองแก๊สไปอุดตันเส้นเลือด ในปอดและหัวใจ อาการนี้จะทำให้คุณแม่เสียชีวิตได้ แต่อาการดังกล่าวก็พบน้อยมาก เพราะฉะนั้นคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจมองข้ามอาการดังกล่าว หากมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมกับ มีไข้อาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

วิธีการรักษามดลูกอักเสบ

คุณแม่หลังคลอดที่มีอาการ มดลูกอักเสบ ควรเข้ารับการรักษาอย่าปล่อยไว้เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนโรคอื่นๆ ได้ มดลูกอักเสบ อาการจะมีทั้งรุนแรงและไม่รุนแรงมาก สำหรับคุณแม่ที่มีอาการรุนแรงมากแพทย์ก็จะทำการรักษาโดยชักประวัติสุขภาพของผู้ป่วย และหาสาเหตุของการเกิดภาวะปากมดลูกอักเสบ โดยวิธีการรักษาก็จะมีดังนี้

1.หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสาเหตุ

หากชักประวัติแล้วคุณแม่มีสาเหตุการติดเชื้อมาจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอย่างเช่น การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด หรือการติดเชื้อจากอุปกรณ์พยุงช่องคลอด หมวกครอบมดลูกเป็นต้น แพทย์ก็จะให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ

2.รักษาด้วยการใช้ยา

มดลูกอักเสบ อาการรุนแรงเกิดจากการติดเชื้อ แพทย์ก็จะรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะ ยาต้านเชื้อรา และยาต้านไวรัส โดยขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อแบคทีเรียและสาเหตุของการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่มดลูก และปีกมดลูก แพทย์ก็จะจ่ายยาให้เพื่อรักษาผู้ป่วยซึ่งโอกาสหายนั้นค่อนข้างสูง แต่หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากอย่างเช่นมีไข้ขึ้นสูง มีก้อนหนองในมดลูก รวมถึงมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนัก ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง แพทย์ก็จะให้ยารักษาโดยการฉีดยา หรือให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเป็นต้น

3.รักษาโดยการผ่าตัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยอาการ มดลูกอักเสบ ไม่ดีขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นตามมาเช่นผู้ป่วยมีหนองบริเวณมดลูก แพทย์ก็จะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อระบายหนองออก เพื่อป้องกันการเกิดฝีในมดลูก รวมทั้งรักษาท่อรังไข่ที่เกิดพังผืดหรือแผล และอาจตัดท่อนำไข่บางส่วนออก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตของผู้ป่วยได้

4.การรักษาอื่น ๆ

การรักษาอื่นๆ เป็นการรักษาเพื่อประคองตามอาการของผู้ป่วยมดลูกอักเสบ อาการ ไม่รุนแรงมากแพทย์ก็จะรักษาไปตามอาการ เพราะหากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องก็จะให้ยาแก้ปวด และหากมีไข้ขึ้นก็จะให้ยาลดไข้ไป ควบคู่กับการใช้ถุงประคบความร้อนประคบที่หน้าท้องไว้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง อย่างนี้เป็นต้น

มดลูกอักเสบเป็นอาการที่พบบ่อยในคุณแม่หลังคลอด เพราะฉะนั้นหลังคลอดจึงต้องคอยระวังและรักษาความสะอาดให้มากขึ้น มดลูกอักเสบ อาการเป็นอย่างไรคุณแม่ก็คงจะได้ทราบแล้วในบทความข้างต้น  หากมีอาการปวดท้องหลังคลอด รวมถึงมีไข้ขึ้นสูงมากกว่า 38 องศาไม่ควรชะล่าใจควรรีบกลับมาพบแพทย์โดยด่วนเพื่อทำการตรวจวินิจฉัย เพราะหากรู้เร็วก็จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที และปลอดภัยสำหรับคุณแม่

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณแม่

 

- Advertisement -