แผลฝีเย็บไม่ติดกัน ทำอย่างไรดี ต้องเย็บใหม่หรือไม่

615
แผลฝีเย็บไม่ติดกัน
- Advertisement -

การคลอดลูกจะมีทั้งวิธีการผ่าคลอดหรือคลอดแบบธรรมชาติ ซึ่งการผ่าคลอดก็มีข้อดีที่สามารถระบุช่วงเวลาที่ตัวคุณแม่และครอบครัวสะดวกได้ หรือ เลือกช่วงเวลาในการตกฟากที่ดีให้กับลูกน้อยของตนได้ แต่คุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีผ่าคลอดนี้มักต้องใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่าคุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ส่วนการคลอดแบบธรรมชาติเอง แม้ว่าคุณแม่จะใช้เวลาในการพักฟื้นหรือฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าคลอด แต่คุณแม่หลาย ๆ ท่านก็มักกังวลหรือเกิดปัญหาเกี่ยวกับแผลจากการคลอดได้เช่นกัน อย่างเช่น แผลฝีเย็บไม่ติดกัน นั่นเอง ซึ่งเกิดจากอะไร ต้องเย็บแผลใหม่หรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจกัน

แผลฝีเย็บไม่ติดกัน เกิดจากอะไร

เมื่อคุณแม่คลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติก็จะเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับแผลคลอดหรือฝีเย็บขึ้นได้ หนึ่งในข้อกังวลและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดโดยส่วนมากเลยก็คือปัญหาแผลฝีเย็บไม่ติดกัน ซึ่งเราจะมาดูกันว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้แผลฝีเย็บไม่ติดกัน โดยมีดังนี้

  1. การอยู่ไฟด้วยการสัมผัสความร้อนโดยตรง แม้ว่าการอยู่ไฟจะช่วยทำให้มดลูกของเหล่าคุณแม่เข้าอู่ได้เร็ว แต่หากแพทย์เย็บฝีเย็บของคุณแม่ด้วยไหมละลาย การอยู่ไฟด้วยการสัมผัสความร้อนโดยตรงจะทำให้ไหมละลายเร็วกว่าปกติ ในส่วนนี้ฝีเย็บอาจยังไม่ทันติดกันแต่ไหมได้ละลายไปก่อนแล้ว จึงทำให้แผลฝีเย็บไม่ติดกันได้
  2. ท่าทางการนั่ง บางท่าทางเมื่อทำบ่อย ๆ จะทำให้แผลฝีเย็บแยกจากกันได้ คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงท่าทางการนั่งดังกล่าว ซึ่งได้แก่ ท่านั่งขัดสมาธิ ท่านั่งฉีกขา ท่านั่งที่มีการแยกขามากกว่าปกติ
  3. การยกของหนัก ส่วนนี้คุณแม่หลังคลอดควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงจะทำให้แผลฝีเย็บแยกเท่านั้น แต่ยังจะนำมาซึ่งปัญหาอื่น ๆ อีกด้วย อาทิเช่น การเสียเลือดมากกว่าปกติ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เนื่องมากจากการยกของหนักจะทำให้คุณแม่ต้องทิ้งน้ำหนักไปที่ช่วงล่างของร่างกายซึ่งก็จะไปกระตุ้นให้แผลฝีเย็บไม่ติดกันได้นั่นเอง
  4. การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอดทั้งที่ฝีเย็บยังไม่ติดกันดี ในข้อนี้คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจต้องการแสดงความรักซึ่งกันและกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่จะเป็นการกระทบฝีเย็บได้โดยตรงซึ่งก็ทำให้แผลฝีเย็บแยก คุณพ่อคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ไปก่อน
  5. เกิดการอักเสบและติดเชื้อบริเวณฝีเย็บ ซึ่งจะเป็นนอนตรายต่อตัวคุณแม่เองเป็นอย่างมาก ในส่วนนี้จะทำให้เกิดการบวมแดง แล้วทำให้แผลฝีเย็บไม่ติดกัน คุณแม่จะมีอาการไข้ ปวดบริเวณฝีเย็บเป็นอย่างมาก รวมถึงมีของเหลวอาจเป็นน้ำใส น้ำสีเหลือง จนกระทั่งสีแดงไหลออกมา เมื่อเกิดอาการเหล่านี้คุณแม่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

แผลฝีเย็บไม่ติด ต้องเย็บใหม่ไหม

เมื่อแผลฝีเย็บของคุณแม่เกิดปัญหาแตกหรือไม่ติดกันในระยะเวลาที่แพทย์ได้กำหนดหรือให้คำปรึกษาไว้ คุณแม่ควรเร่งไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยและดำเนินการรักษาดูแลต่อไป โดยส่วนมากแล้วเมื่อแผลฝีเย็บเกิดปัญหาไม่ติดกัน แพทย์มักจะวินิจฉัยหาสาเหตุก่อน ถ้าเกิดการอักเสบอาจต้องมีการขูดเนื้อรอบ ๆ ฝีเย็บออกด้วย แล้วทำการเย็บใหม่ ส่วนกรณีที่ไม่มีการอักเสบก็มักต้องแก้ไขด้วยการเย็บใหม่เช่นกัน

วิธีการดูแลแผลฝีเย็บหลังคลอด

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับแผลฝีเย็บขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด คุณแม่ควรดูแลแผลฝีเย็บหลังคลอดดังนี้

  1. ทำความสะอาดแผลฝีเย็บด้วยน้ำอุ่น วันละ 2 ครั้ง
  2. แช่น้ำอุ่นบริเวณแผลฝีเย็บวันละ 10 – 15 นาที เพื่อให้น้ำอุ่นไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต แล้วช่วยให้แผลฝีเย็บสมานกันได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่แช่น้ำอุ่น คุณแม่จำเป็นต้องเช็ดแผลฝีเย็บให้แห้งด้วยทุกครั้ง
  3. ทำความสะอาดหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้งด้วยการเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และซับแผลฝีเย็บให้แห้งเสมอ
  4. หมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และควรล้างมือให้สะอาดก่อนทำการเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกครั้ง
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหารประเภทเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่จะช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้ง่าย ไม่ต้องเกิดการเบ่งซึ่งจะนำไปสู่การกระทบกระเทือนกับแผลฝีเย็บนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าแผลฝีเย็บไม่ติดกันหลังคลอดจัดเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติโดยส่วนใหญ่ และมักเกิดกับคุณแม่ที่คลอดลูกน้อยคนแรกด้วย อย่างไรก็ตามตามบทความข้างต้นจะพบว่ามีทั้งการป้องกันและการรักษา ซึ่งคุณแม่และคุณพ่อรวมถึงผู้ที่ดูแลคุณแม่สามารถที่จะนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ แต่หากพบความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วยก็ควรที่จะไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ