ประกันชีวิตเด็ก VS ประกันสุขภาพเด็ก ต่างกันอย่างไร ควรทำแบบไหนดี

228
ประกันชีวิตเด็ก
- Advertisement -

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อย และต้องการจะทำประกันชีวิตให้ลูกอาจมีข้อสงสัยว่า ระหว่างการทำประกันชีวิตเด็กแตกต่างจากการทำประกันสุขภาพอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาพูดถึงประกันทั้งสองแบบว่าต่างกันอย่างไรให้ได้รู้กัน และควรทำแบบไหนดีที่สุด ต้องมาดูกันเลย

ประกันชีวิตเด็ก คืออะไร

ประกันชีวิตเด็ก คือ การชดเชยรายได้ในกรณีที่ต้องสูญเสียลูกน้อย จากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หรือการเกิดทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้กับผู้รับผลประโยชน์ ตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามแบบของประกันที่ได้ตกลงกันไว้กับบริษัท

ประกันสุขภาพ คืออะไร

ประกันสุขภาพเด็ก เป็นการประกันที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ที่ซื้อประกันชีวิตเด็กแล้ว เป็นแบบประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่มีการต่ออายุปีต่อปี เช่นเดียวกับการทำประกันสุขภาพของผู้ใหญ่ ซึ่งมักจะพ่วงมาเป็นสัญญาแนบท้ายกับประกันชีวิต เมื่อมีประกันสุขภาพจะได้รับสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ระบุไว้ตามเบี้ยที่จ่ายแต่ละแบบประกัน เช่น

  1. เมื่อลูกเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บจนต้องนอนโรงพยาบาล สามารถเบิกค่าห้อง และค่าอาหาร, ค่าบริการ, ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหลังเกิดอุบัติเหตุได้
  2. ความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุไม่อาจคาดเดาได้มักจะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้เสมอ เพราะเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตและซุกซน ในเด็กบางรายอาจจะต้องมีการผ่าตัด จำเป็นต้องมีประกันสุขภาพเด็กรองรับจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายได้
  3. การมีประกันสุขภาพ เมื่อจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หากมีแพทย์มาตรวจเยี่ยมที่ห้องต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งทางประกันจะจ่ายค่าแพทย์เยี่ยมให้
  4. ค่ารักษาแผนกผู้ป่วยนอกเมื่อเข้ารักษาพยาบาลโดยไม่ได้นอนพักหรือแอดมิทในโรงพยาบาล

ควรเลือกทำประกันแบบไหนดี

เลือกซื้อประกันชีวิตเด็กให้ลูกแบบไหน ถึงจะถูกใจคุณพ่อคุณแม่ และได้รับประโยชน์เต็มที่ ซึ่งมีแบบประกันหลายแบบดังนี้

  • ประกันสุขภาพ
  • ประกันชีวิตสะสมทรัพย์
  • ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
  • ประกันการเดินทาง

วิธีการเลือกประกันสำหรับลูก

จะทำประกันชีวิตเด็กให้ลูก ก็ควรมีหลักเกณฑ์ต่างๆ มาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจดังนี้

1.เลือกแบบประกันสุขภาพที่เหมาะสม

การวางแผนประกันสุขภาพให้ลูกนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรจะต้องดูความเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลแต่ละครั้งด้วย ไม่ควรเลือกเบี้ยที่จ่ายแพงเพียงเพื่อหวังนอนโรงพยาบาลชั้นหนึ่ง แต่เกินฐานะเศรษฐกิจของครอบครัวก็อาจทำให้เดือดร้อนได้

2.เลือกสัญญาหลักแบบไหนดี

การซื้อสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลมีกรมธรรม์ให้เลือกดังนี้

  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเป็นแบบประกันที่คุ้มครองระยะยาว มีการชำระเบี้ยหลายระยะเวลาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่แบบประกันไม่เน้นการออมแต่ในเรื่องของการซื้อสัญญาสุขภาพได้ในระยะยาว และมีวงเงินทุนประกันชีวิตสูง อีกทั้งเบี้ยประกันไม่แพง 
  • ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบประกันหลักนี้โดยส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาสัญญาสั้น มีเงินคืนรายปี และทุนประกันชีวิตต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับแบบประกันชีวิต แบบตลอดชีพ 

3.วางเป้าหมายในอนาคตของลูก

ในการวางแผนประกันชีวิตเด็ก และประกันสุขภาพเด็กนั้นควรจะมีเป้าหมายระยะยาวด้วย เป็นการวางรากฐานที่ดีให้กับลูกตั้งแต่เด็ก ในการวางเป้าหมายในอนาคตให้ลูกนั้นมีหลายแบบ หากระยะยาวก็จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรศึกษา แบบประกันแต่ละแบบให้ดีก่อนตัดสินใจ

4.มีความมั่นใจในบริษัทประกัน

ความมั่นใจในบริษัทประกัน เป็นเหตุผลสำคัญ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ เวลาทำประกันไปแล้วนั้นมังจะกังวลว่า เมื่อถึงเวลาเคลม จะสามารถเคลมได้ไหม จะเคลมง่ายหรือเปล่า แต่ละครั้ง ใช้ได้ทุกโรงพยาบาลหรือไม่ ต้องสำรองจ่ายไปก่อนหรือไม่ รวมถึงถ้าเคลมครั้งละมากๆ จะถูกยกเลิกสัญญาระหว่างทางหรือเปล่า การศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจจะช่วยให้ได้รับสิ่งที่ดีกลับมา

5.เลือกตัวแทนประกันชีวิตที่คอยดูแล

การเลือกตัวแทนที่ไว้ใจได้จะทำให้หมดกังวลใจ เมื่อดำเนินการเรื่องต่างๆ เหล่านี้

  • การเคลมสินไหม
  • การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์
  • การขอบัตรประจำตัวผู้เอาประกันใหม่กรณีบัตรหาย
  • ประสานงานกับโรงพยาบาล กรณีลืมเอาบัตรไปโรงพยาบาล
  • แนะนำโรงพยาบาลที่มีโปรโมชั่นร่วมกับบริษัทประกัน
  • บริการรับชำระเบี้ยประกัน ปีต่ออายุ
  • ให้คำปรึกษาด้านประกันต่างๆ ได้ทุกเวลาที่มีข้อสงสัยในแบบประกัน

การที่คุณพ่อคุณแม่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำประกันชีวิตเด็ก และมีพ่วงแบบประกันสุขภาพไปด้วย จะทำให้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในยามลูกเจ็บป่วย และจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งวัยเด็กของลูกอาจจะมีสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ไม่ว่าจากเชื้อโรคหรือการเกิดอุบัติเหตุก็ตาม การซื้อประกันเด็ก จึงช่วยให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจในยามลูกเจ็บป่วย ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีเงินเก็บมากนัก ก็สามารถเบาใจได้ หากคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยและยังไม่ได้ทำประกันให้ลูก ลองศึกษาแบบประกันจากตัวแทนที่ไว้ใจได้ แล้วค่อยตัดสินใจทำประกันให้ลูก จะช่วยให้การดูแลปกป้องลูกน้อยจากความเจ็บป่วยให้ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีสบายใจสบายกระเป๋าได้มากเลยทีเดียว

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ