สอนลูกอ่านหนังสือกับ 6 เคล็ดลับ ที่จะทำให้ลูกอ่านเก่งขึ้น

265
สอนลูกอ่านหนังสือ
- Advertisement -

คุณแม่เชื่อหรือไม่ว่าการอ่านสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะการอ่านจะช่วยสร้างพื้นฐานของการพูดและการเขียน ทำให้เข้าใจความหมายต่าง ๆ ที่เราต้องการสื่อได้ เพราะฉะนั้นแล้วจำเป็นอย่างมากที่คุณแม่ควรจะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับลูกน้อยตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก ซึ่งผลลัพธ์ของการฝึกให้ลูกน้อยรักการอ่านจะช่วยให้พัฒนาในหลาย ๆ ด้านแน่นอน สำหรับวันนี้เราจึงอยากมาแนะนำ 6 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วย สอนลูกอ่านหนังสือ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย

6 เคล็ดลับ สอนลูกอ่านหนังสือ

การสอนหนังสือให้กับลูกน้อยนั้นอาจเป็นเรื่องที่ยากที่จะทำให้เด็กหันมาสนใจ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการสอนลูกอ่านหนังสือ รับรองว่าทั้ง 6 เคล็ดลับที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้จะทำให้ลูกน้อยเกิดความสนใจและอยากที่จะเรียนรู้ต่อไปแน่นอน  มาดูเลยว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง

1.ให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น

เมื่อคุณแม่สอนลูกอ่านหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมลองให้ลูกฝึกเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านด้วย จะเป็นทางลัดอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้ลูกรักการอ่านมากขึ้น ลูกน้อยจะเข้าใจเรื่องราวในหนังสือที่ต้องการสื่อออกมาเมื่อได้อ่านจนจบเรื่องแล้วจะสามารถนำไปคิดวิเคราะห์เป็นขั้นตอนได้ คุณแม่ลองหาหนังสักเรื่องหนึ่งที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยมาเปิดในลูกดู เมื่อดูจบแล้วให้เขาเขียนสรุปใจความสั้น ๆ แล้วคุณแม่ก็อ่านดูว่าเขาสามารถเขียนสรุปได้เข้าใจหรือไม่ นี่เป็นเคล็ดลับข้อแรกที่จะช่วยฝึกการแสดงความคิดเห็น

2.สอนลูกอ่านหนังสือเป็นประจำทุกวัน

การฝึกอ่านเป็นประจำทุกวัน จะทำให้เกิดความเคยชินและอยากทำอย่างสม่ำเสมอ การอ่านหนังสือถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีทักษะการพูดที่ดี ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ง่าย ยิ่งถ้าฝึกบ่อย ๆ จะทำให้ลูกน้อยของคุณแม่กลายเป็นเด็กที่ฉลาดหัวไว มีไหวพริบที่ดีมากเลยทีเดียว หากยังไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์กับลูกน้อยของคุณแม่ได้ แต่สิ่งที่เราอยากจะฝากไว้นั่นก็คือควรเลือกหนังสือที่เหมาะกับช่วงวัยของลูกน้อยด้วย

3.ตั้งคำถามระหว่างที่สอน

การที่คุณแม่ตั้งคำถามในระหว่างที่สอนอยู่จะทำให้ลูกได้ต่อยอดทางความคิด เช่น ตอนนี้กำลังอ่านนิทานเรื่องเต่าก็ให้ลองถามว่าเต่ามีกี่ขาและมีกี่ตา ลูกน้อยก็จะนึกภาพและจินตนาการออกมาเพื่อหาคำตอบ เชื่อว่าวิธีการตั้งคำถามแบบนี้จะทำให้การสอนลูกอ่านหนังสือไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

4.ใช้คำพูดที่น่าสนใจ

คำพูดที่น่าสนใจจะช่วยดึงดูดให้ลูกรักการอ่านหนังสือมากขึ้น ควรใช้คำพูดที่อ่อนหวานเชิญชวนให้ลูกมาอ่านหนังสือด้วยกัน จะสังเกตเห็นได้ว่ายิ่งคุณแม่ใช้คำพูดแบบดุ ๆ เสียงแข็งไม่ไพเราะ ลูกจะกลัวและไม่อยากอ่านหนังสือ

5.ต้องเป็นหนังสือที่เหมาะกับวัย

การเลือกหนังสือถือเป็นอีกเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะการเลือกหนังสือที่ยากเกินไปนอกจากจะทำให้ลูกน้อยอ่านยากแล้วยังทำให้สามารถเข้าใจได้ยากอีกด้วย ดังนั้นจำเป็นจะต้องศึกษาก่อนว่าหนังสือแบบไหนที่ควรจะเลือกมาให้ลูกน้อยอ่าน อย่าพยามหาหนังสือที่ยากเกินไปมาให้ลูกอ่าน

6.อ่านเล่มเดิมซ้ำไปซ้ำมา

ฝึกสอนลูกอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบจะช่วยทำให้ลูกน้อยมีทักษะการจำที่ดีขึ้นและเป็นการฝึกอ่านเพื่อให้เกิดการเข้าใจมากขึ้น ยิ่งถ้าอ่านเล่มเดิมหลาย ๆ ครั้ง ลูกน้อยจะจำได้เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องสอนอีกเลย การฝึกอ่านแบบนี้เหมาะสำหรับเด็กในช่วงประถมอย่างมาก เพราะในช่วงนี้เด็กจะสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษสามารถอยู่กับหนังสือได้เป็นเวลานานโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

ควรสอนลูกอ่านหนังสือตั้งแต่กี่ขวบ

ไม่ควรเร่งสอนอ่านหนังสือลูกน้อยเร็วเกินไป จะเห็นได้ว่ามีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านชอบหยิบยื่นการอ่านให้กับลูกตั้งแต่ช่วง 3 ขวบ ซึ่งถือว่าเร็วเกินไปมากเพราะช่วงนี้สมองของเด็กยังไม่สามารถจดจำอะไรได้ดีสักเท่าไหร่ อาจจะเหมาะกับการเล่นสนุกสนานตามประสาเด็กมากกว่า สำหรับช่วงวัยที่คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสอนนั้นคือช่วงวัยตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไปซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่สมองของเด็กสามารถจดจำเรื่องราวที่อ่านได้เป็นอย่างดี จะสามารถนำเนื้อหาที่อ่านมาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นออกมาเป็นเรื่องราวได้ เมื่อทราบแบบนี้แล้วก็อย่าลืมสอนลูกอ่านหนังสือให้เหมาะสมกับช่วงวัยนะคะ

มาถึงบทสรุปกันแล้วเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ จะสามารถนำเคล็ดลับดี ๆ ที่เราได้แนะนำไปอย่างละเอียดมาลองปรับใช้ในการสอนลูกอ่านหนังสือ เชื่อว่าจะทำให้ลูกน้อยรักการอ่านมากขึ้นในทุก ๆ วัน อย่าลืมเข้ามาติดตามสาระความรู้ดี ๆ ในการเลี้ยงลูกน้อยที่เว็บเรากันเยอะ ๆ นะคะแล้วคุณจะไม่พลาดข่าวสารที่เราจะนำมาอัพเดตใน ทุก ๆ วัน สุดท้ายนี้ขอให้ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีพัฒนาการที่ดีและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ