วันไข่ตก หรือ การตกไข่ มาทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้องกันเถอะ

วันไข่ตก
- Advertisement -

วันไข่ตก หรือ การตกไข่ อาจจะเป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องรู้ด้วยว่า เราจะตกไข่เมื่อไร  เพราะนั่นคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีโอกาสในการเป็นคุณแม่เพิ่มขึ้นอีกน่ะสิคะ  บางคนที่เข้าใจถึงขนาดใจจดใจจ่อรอวันตกไข่เพื่อจะปฏิบัติการให้ได้เจ้าตัวน้อยมาเชยชมทีเดียว

เมื่อไรคือวันที่ไข่ตก  

โดยปกติแล้วรอบเดือนของผู้หญิงทุกคนมักจะเกิดขึ้นทุกๆ 23 – 35 วัน ซึ่งโอกาสที่ ไข่จะตก มักจะอยู่ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนของคุณจะมา  โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงเรามักจะมีประจำเดือนมาทุกๆ 28 วัน ซึ่งไข่จะตกในราวๆ วันที่ 14 ของรอบเดือน เป็นต้น 

สัญญาณที่เตือนว่าอยู่ในระยะไข่ตก 

สังเกตได้ว่าจะมีเมือกใส มีลักษณะลื่นๆ คล้ายไข่ขาวออกมาทางช่องคลอดค่ะ  หรืออีกวิธีหนึ่งคุณสามารถไปซื้อชุดทดสอบระยะตกไข่ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป   ในชุดทดสอบนี้จะมีแผ่นจุ่มทดสอบปัสสาวะ คล้ายๆ กับชุดทดสอบตั้งครรภ์ค่ะ คำแนะนำจะอยู่ในชุดทดสอบค่ะ

เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่าช่วงนี้แหละเป็น ระยะตกไข่ แน่นอนแล้ว สิ่งสำคัญคือ ควรมีเพศสำคัญอย่างสม่ำเสมอและให้บ่อยขึ้นค่ะ  ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสให้คุณจะได้มีเบบี๋มากขึ้นด้วยค่ะ   เพราะโดยปกติไข่ที่ตกแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งวันเท่านั้น  และถ้าหากโอกาสทองมาถึงแต่ยังไม่มีการปฎิสนธิ  สำหรับอสุจินั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 2 – 3 วัน การมีสัมพันธ์รักบ่อยๆ จึงมีโอกาสที่จะช่วยให้อสุจิปฎิสนธิกับไข่ได้ทันเวลา 

สูตรทำยังไงให้ได้ลูกชาย ลูกสาว

            ตั้งครรภ์แต่ละทีก็มาลุ้นกันว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว   แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาวก็ลูกของเรา  รักทั้งนั้น  ส่วนในบางครอบครัวโดยเฉพาะตามธรรมเนียมจีนสะใภ้มักจะต้องมีลูกชายไว้สืบทอดวงศ์ตระกูล  อันนี้ก็ว่ากันไปตามความเห็นของแต่ละครอบครัวนะคะ ประเดี๋ยวลูกสาวจะน้อยใจไปกันใหญ่  หรือบางครอบครัวที่ต้องการมีลูกเพียงสองคนก็แน่นอนว่าอยากได้หญิงคน ชายคนก็ว่ากันไป  ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายๆ คนพยายามเสาะแสวงหาวิธีการต่างๆ ตามคำบอกเล่า  จริงบ้างไม่จริงบ้าง ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ขอบอกว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่  อย่างเช่น  เชื่อในเรื่องทิศทาง ว่าถ้าหันศีรษะไปทางทิศเหนือขณะปฏิบัติการจะได้ลูกชาย  ส่วนถ้าหันไปทางทิศใต้จะได้ลูกสาว เป็นต้น  จริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบเหมือนกัน บอกแล้วว่าเป็นความเชื่อค่ะ

            ทฤษฎีการเลือกเพศบุตร แบ่งได้กว้างๆ เป็น 2 แบบ ดังนี้

            1.การเลือกเพศบุตรก่อนจะเกิดการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิ

            ในเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีธาตุโปรแตสเซียมและโซเดียมสูง   คือ  อาหารจำพวก  เนื้อสัตว์  ไข่  ถั่ว  มะเขือเทศ  ไส้กรอก  กล่าวว่าหากรับประทานประจำสม่ำเสมอและในปริมาณที่มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะมีผลทำให้ได้เป็นบุตรชาย  (ซึ่งควรจะรับประทานทั้งหญิงและชาย) หากผู้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีในปริมาณที่มาก  คือ  อาหารจำพวก  ผักใบเขียว  ผลไม้  นม  ไข่  มักจะได้ลูกสาว  อย่างไรก็ตามไม่มีผลการวิจัยยืนยัน

            ในทางทฤษฎีที่ค่อนข้างน่าเชื่อ นั่นก็คือ  การศึกษาที่พบว่า  อสุจิ Y (เพศชาย) มีขนาดเล็กและทนต่อสภาวะความเป็นด่างได้ดี   จึงน่าจะวิ่งเร็วกว่าอสุจิเพศหญิง X (เพศหญิง) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า  และมีผลต่อการเคลื่อนที่ที่ช้ากว่าและมักจะชอบอยู่ในสภาวะที่เป็นกรด

            อีกวิธีหนึ่งซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งคู่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน  นั่นคือ  ถ้าต้องการได้ลูกชายให้ร่วมเพศและพยายามให้ภรรยาถึงจุดสุดยอดพร้อมกับสามี แม้มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากก็พยายามเข้านะคะ  แต่ถ้าอยากได้ลูกสาวให้ร่วมเพศ 2-3 วันก่อนวันตกไข่ และก่อนการปฏิบัติกิจกรรมให้ล้างช่องคลอดด้วยน้ำส้มสายชูอ่อนๆ (น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งเหมาะสมกับสภาวะของอุสจิ X  (เพศหญิง)ค่ะ  แต่อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวอาจจะไม่ได้ผลตามต้องการเสมอไปเพราะมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง

            2.การเลือกเพศบุตรหลังการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิ

            วิธีการนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ  เพราะเป็นการคัดแยกอสุจิในห้องทดลองแล้วนำอสุจิ X หรือ Y ตามที่ต้องการมาผสมกับไข่ภายนอกร่างกาย รอให้เกิดการปฏิสนธิ เลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโตในหลอดทดลอง หรือที่เรียกกันว่า เด็กหลอดแก้ว   จากนั้นจึงนำตัวอ่อนทีได้มาคัดแยกเพศชายหรือหญิงแล้วนำไปใส่กลับให้ฝังในมดลูกต่อไป ซึ่งค่อนข้างได้ผลเกือบ 100 % ค่ะ แต่ราคาก็แพงเอาการทีเดียวกับวิธีการนี้

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ