สารพัดวิธีกระตุ้นลูกให้ฉลาดตั้งแต่ในครรภ์

สารพัดวิธีกระตุ้นลูกให้ฉลาดตั้งแต่ในครรภ์
- Advertisement -

ช่วงเวลา 9 เดือนที่คุณแม่ตั้งครรภ์จวบจนเจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลก นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาสมอง และสติปัญญา  รวมถึงการเจริญเติบโตของร่างกายทารก หลัก ๆ นอกจากการกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์แล้ว คุณแม่จำเป็นต้องระมัดระวังสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกด้วย เพื่อให้ลูกคลอดออกมามีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสมองที่สมบูรณ์เป็นปกติ เช่น

1.การหลีกเลี่ยงทานยาทุกชนิดที่คุณหมอไม่ได้สั่ง เพราะอาจมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

2.งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เหล่านี้สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกายของลูกได้โดยเฉพาะในช่วง 5 – 6 เดือน ทารกในครรภ์จะมีความผิดปกติที่แสดงออกมา คือ  มีศีรษะเล็ก มีหัวใจ แขน ขา ที่ผิดปกติ  และอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตในครรภ์

3.งดสูบบุหรี่หรือหลีกเลี่ยงควันบุหรี่เพราะทารกอาจเกิดมามีความผิดปกติหรือคลอดออกมาแล้วมีพัฒนาการที่ล่าช้าไม่สมวัยและมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง

4.ลดความเครียดในแต่ละวัน  ความเครียดส่งผลกระทบโดยตรงกับทารก เมื่อแม่เครียดร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมา  สารนี้สามารถถ่ายทอดจากแม่ผ่านทางรกเข้าไปยังกระแสเลือดของทารกในครรภ์ได้  หากแม่ท้องเครียดประจำต่อเนื่องทุกวัน อาจส่งผลให้เกิดการแท้งได้

5.หลีกเลี่ยงอาหารปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับแมวซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อ Toxoplasmosis เข้าไปในร่างกายของแม่ท้อง อาจส่งผลกระทบต่อทารกได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนคลอด ไม่ว่าจะเป็นการแท้ง  ความพิการแต่กำเนิด  ความผิดปกติทางสมอง  เป็นต้น ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงนะคะ

ได้ทราบกันไปแล้วนะคะว่า  แม่ท้องควรหลีกเลี่ยงสิ่งใดบ้าง เพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์  ทีนี้เราลองมาดูกันค่ะว่า เมื่อหลีกเลี่ยงแล้ว เราจะมีวิธีการกระตุ้นให้ลูกในครรภ์ฉลาดได้ด้วยวิธีการใดบ้าง ติดตามอ่าน

สารพัดวิธีกระตุ้นลูกให้ฉลาดตั้งแต่ในครรภ์

1.คุยกับลูกในท้อง

แม้ว่าลูกจะยังอยู่ในท้องของคุณแม่ก็ตาม  แต่การพูดคุยจะทำให้ลูกคุ้นเคยเสียงของคุณแม่ได้ตั้งแต่ยังไม่คลอดนะคะ  การพูดคุยกับลูกควรทำอย่างน้อยวันละ 10 นาที  มีงานวิจัยออกมาว่า  ทารกที่คุณแม่พูดคุยด้วยตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์สม่ำเสมอ  ลูกคลอดออกมา เวลาที่คุณแม่เรียก  เจ้าตัวน้อยมีแนวโน้มที่จะหันหน้าหาเสียงที่คุ้นเคยเมื่อลูกได้เจอหน้าแม่ครั้งแรกในชีวิต

2.ลูบท้องเพื่อกระตุ้นการสัมผัส

คุณแม่สามารถที่จะลูบท้องกระตุ้นสัมผัสเพื่อสานสัมพันธ์กับลูกน้อยได้ตั้งแต่ 13 สัปดาห์ขึ้นไป โดยในช่วงที่ครรภ์อ่อนๆ คุณแม่ควรลูบท้องเบา ๆ จากท้องน้อยขึ้นมายังสะดือและเมื่ออายุครรภ์ได้ 28 สัปดาห์ขึ้นไป คุณแม่ควรสอบถามคุณหมอถึงตำแหน่งทารกในครรภ์ และพยายามลูบไล้ลูกน้อยในครรภ์จากบริเวณศีรษะลงไปที่เท้าของเขา การลูบท้องเพื่อสื่อสารกับทารกในครรภ์จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการระบบประสาทได้ดี

3.นั่งเก้าอี้โยก

การนั่งเก้าอี้โยกมีผลดีโดยตรงกับการพัฒนาสมองของทารกที่เชื่อมต่อกับกลไกส่วนที่ควบคุมการทรงตัวที่อยู่บริเวณหูชั้นใน สมองในส่วนนี้ยังเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการพัฒนาทักษะทางภาษาและกระบวนการความคิดที่ซับซ้อน ทารกในครรภ์จะเริ่มรับรู้การเคลื่อนไหวของคุณแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 5 เดือน เป็นต้นไป โดยคุณแม่ควรนั่งเก้าอี้โยกเบา ๆ ทุกวัน เพราะนอกจากจะมีประโยชน์โดยตรงต่อพัฒนาการสมองของลูกแล้ว  การนั่งเก้าอี้โยกยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เมื่อคุณแม่ได้ทราบแล้วว่าอะไรควรหลีกเลี่ยงในระหว่างตั้งครรภ์เพื่อไม่ให้ลูกในครรภ์ได้รับผลกระทบก็ควรหลีกเลี่ยงไว้นะคะ ทำควบคู่กันไปกับวิธีการะกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ เพื่อที่ให้ทารกมีสมองดีและพัฒนาการที่สมวัยตั้งแต่ในครรภ์จนคลอดนั่นเองค่ะ

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ