คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด คลอดแบบไหนดี รวมคำถามคาใจแม่ท้องที่มักกังวลกัน

คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด
- Advertisement -

คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด คลอดแบบไหนดี? ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่อุ้มท้องลูกน้อยมา เฝ้าประคบประหงม ดูแลสุขภาพตนเอง ไม่ใช่เพื่อใคร ทำเพื่อลูกน้อยขอให้คลอดออกมามีสุขภาพที่แข็งแรง  แต่พอช่วงใกล้คลอด แน่นอนว่าคนเป็นแม่ก็อดประหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้เกี่ยวกับการคลอด  อีกทั้งมีสารพัดคำบอกเล่า ผ่าคลอดไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้  คลอดเองดีกว่าแต่เจ็บนะ เจ็บมาก ๆ เลยด้วย บางทีเจ็บท้องเป็นวัน ๆ ก็มี 

นอกจากความกลัวยังมีคำถามอีกมากมายที่เกิดขึ้นในใจเกี่ยวกับการคลอดเองและการผ่าตัดคลอด  เราจึงได้รวบรวมคำถามเกี่ยวกับวิธีการคลอดทั้งสองอย่างไว้แล้ว  รับรองช่วยคลายความสงสัยปนความกังวลของคุณแม่ได้แน่นอนค่ะ 

คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด คลอดแบบไหนดี รวมคำถามคาใจแม่ท้องที่มักกังวลกัน

คำถาม : คลอดแบบไหนเจ็บกว่ากัน ??

คลอดธรรมชาติ

คุณแม่ที่คลอดเอง จะเกิดความเจ็บปวดเฉพาะในขณะที่คลอด ซึ่งเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ค่ะ และจะทุเลาได้จากการใช้ยาแก้ปวด  การบล็อกหลัง ที่สำคัญแผลจากการคลอดเองมีขนาดเล็กและหายเร็ว แถมคุณแม่ฟื้นตัวเร็วอีกด้วยนะคะ

ผ่าคลอด

ขณะคลอดจะไม่เจ็บเลยค่ะ ไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะจะชาไปหมดครึ่งท่อนล่าง เกิดจากการบล็อกหลังหรือยาสลบ แต่หลังจากคลอดเสร็จ เมื่อหมดฤทธิ์ยาสลบ  คุณแม่จะรู้สึกเจ็บปวดแผลมากกว่าการคลอดเอง โดยเฉพาะวันแรก ๆ หลังจากฤทธิ์ยาชาหมดแล้ว กว่าจะหายเจ็บแผลอาจใช้เวลาร่วมเดือน ถ้าคุณแม่ขยับตัว ก็จะรั้งให้แผลยิ่งเจ็บ แต่ต้องบอกก่อนว่าแม้เจ็บก็ต้องอดทนนะคะ หากเจ็บมากก็สามารถทานยาแก้ปวดพอช่วยได้บ้างเพราะหากนอนไม่ขยับจะทำให้แผลเป็นพังผืดได้  ดังนั้น เวลาอุ้มลูกและให้นมซึ่งต้องวางลูกไปบริเวณหน้าท้องก็จะทำให้เจ็บปวดอีกเช่นกันค่ะ 

คำถาม : ผลดีและผลเสียต่อสุขภาพของลูก

คลอดธรรมชาติ

ทารกน้อยที่คุณแม่คลอดเองเมื่อครบกำหนดคลอดจะหายใจได้เต็มร้อย  ปอดจะขยายเต็มที่ และร้องไห้เสียงดัง  ดูดนมได้เก่ง เพราะน้ำคร่ำถูกรีดออกไปแล้ว นอกจากนี้ ยังได้รับแบคทีเรียทางช่องคลอดของแม่ ซึ่งแบคทีเรียนี้จะไปสร้างภูมิต้านทานป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ให้กับลูกอีกด้วย

ผ่าคลอด

ปอดยังขยายไม่เต็มร้อย  เนื่องจากไม่ได้รีดน้ำคร่ำออกระหว่างการคลอด พิสูจน์ได้จากการนำทารกน้อยไปเอ็กซเรย์จะพบว่ามีน้ำคร่ำค้างอยู่ในปอดจำนวนหนึ่ง เด็กที่ผ่าคลอดจะดูดนมไม่เก่งเท่าเด็กคลอดธรรมชาติ เพราะกระเพาะยังมีน้ำคร่ำอยู่  หากมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรือคลอดก่อนกำหนด จะทำให้ระบบหายใจทำงานไม่แข็งแรง

คำถาม : คลอดแบบไหนปลอดภัยมากกว่า

คลอดธรรมชาติ

ถ้าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปกติดี  ไม่มีปัญหาเรื่องโรคแทรกซ้อน ผ่านการวินิจฉัยมาแล้วว่าสามารถคลอดเองได้ การคลอดธรรมชาติจะมีความปลอดภัยสูง โยเฉพาะมีทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความชำนาญ นอกจากนี้ทารกน้อยยังได้คลอดตามกำหนดเวลาของเขาเองอีกด้วย  เรียกว่าพร้อมเต็มที่ที่จะลืมตาดูโลกค่ะ

ผ่าคลอด

การผ่าตัดคลอดมีความปลอดภัยเช่นเดียวกันค่ะ และใช้เวลาไม่นาน การผ่าคลอดในปัจจุบันมีทีมแพทย์เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ทันสมัยมากๆ เลยค่ะ 

คำถาม : การให้นมแม่หลังคลอด

คลอดธรรมชาติ

แม่ที่คลอดเองสามารถให้นมลูกได้รวดเร็วทันทีหลังคลอด  โรงพยาบาลส่วนใหญ่หลังคลอดแล้วจะให้ลูกมาดูดกระตุ้นทันที ไม่ใช่เพียงเพื่อให้น้ำนมไหลเร็ว แต่เพื่อให้เกิดสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นเมื่อแรกคลอดระหว่างแม่กับลูก  แต่ผลพลอยได้คือ  น้ำนมแม่จะมาเร็วและไหลดียิ่งขึ้นค่ะ

ผ่าคลอด

ยังไม่สามารถเลี้ยงลูกได้เองในวันแรก ต้องรอให้คุณแม่ฟื้นตัวก่อนสัก 1 วัน การดูดกระตุ้นจะช้าลง หรือดูดกระตุ้นได้ไม่ดี และคุณแม่จะยังอุ้มลูกไม่ถนัดมือเพราะเจ็บแผลผ่าคลอด ทำให้ลูกดูดนมได้น้อย  น้ำนมอาจจะมาน้อยกว่า และคุณภาพของน้ำนมจะไม่เท่าคลอดเองเพราะคุณแม่เสียเลือดจากการผ่าคลอดมากกว่าคลอดธรรมชาติ

คำถาม : การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะมีปัญหาหรือไม่

คลอดธรรมชาติ

แม่ที่คลอดเองจะไม่มีผลกับการมีลูกคนต่อไป และไม่เป็นปัญหาว่าจะมีลูกยากอีกด้วย

ผ่าคลอด

มีลูกยากกว่าแม่ที่คลอดเองและในกรณีที่คุณแม่มีพังผืดเกิดขึ้น ทำให้ตั้งครรภ์ยากอีกด้วย และครรภ์ต่อไปคุณแม่มีโอกาสที่จะต้องผ่าคลอดอีกด้วย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เมื่อคุณแม่ได้ทราบถึงความแตกต่างและคำถามที่ค้างคาใจเรื่องการ คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด กันแล้วนะคะ  อย่างน้อยจะได้ช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกคลอดแบบไหนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดโดยหมดข้อสงสัยและความกังวลใจ

เรื่องอื่นๆ ที่เราแนะนำสำหรับคุณ