พ่อแม่ยุคใหม่ใจต้องกล้า! ปล่อยลูกได้เรียนรู้เอง เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของพัฒนาการ

ForemostOmega369Gold

คนเป็นพ่อแม่อย่างเรามักจะไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เป็นตัวเอง เพราะกลัวว่าดื้อ ซน เล่นเลอะเทอะ แต่รู้หรือไม่? แค่คุณพ่อคุณแม่กล้าที่จะปล่อยให้เขาได้เล่นและเรียนรู้เองนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่เราคาดไม่ถึง!

ถึงแม้จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่เคยได้ยินหรือศึกษาวิธีการเลี้ยงลูกแบบกล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยตัวเองก็ตาม แต่ด้วยความเป็นแม่ก็ยังอยากให้ลูกเป็นเด็กเรียบร้อย กลัวคนหาว่าลูกฉันเป็นเด็กดื้อ แต่อย่าลืมว่า “เด็กก็คือเด็ก” แทนที่จะกลัว มาลองเข้าใจธรรมชาติของเด็กเพื่อปลดล็อคขีดจำกัดพัฒนาการเด็ก ให้กับเขากันดีกว่าค่ะ

เข้าใจธรรมชาติของเด็กวัยนี้ว่า ‘เขากำลังเรียนรู้โลกใบใหม่’

ช่วงวัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้โลกใบใหม่มีความซน ชอบเล่นเลอะเทอะ ร้องเพลงไม่หยุด นั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นวัยที่ความคิด สมอง ร่างกาย กำลังพัฒนาไปคู่กัน สังเกตง่ายๆ เวลาเราให้เขาทานข้าวเอง เส้นสปาเกตตีในจานคือสิ่งแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยเห็น เอาช้อนมาเคาะโต๊ะให้เป็นเพลงมั่วๆ หรือแม้กระทั่งการหยิบ จับกินขนมเลอะเทอะ นั่นก็เพราะสมองของเขากำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ จินตนาการอันยิ่งใหญ่กำลังเริ่มขึ้น อีกทั้งกล้ามเนื้อมือเล็กๆ นั้นกำลังฝึกฝนเพื่อให้แข็งแรง

กล้าปล่อยให้ลูกคิดต่างหรือมีความเห็นเป็นของตัวเอง

คุณพ่อ คุณแม่หลายท่านอาจจะกำลังขีดเส้นให้ลูกเดินตามกรอบที่ตัวเองกำหนดไว้โดยไม่รู้ตัว ผ่านคำพูดที่ว่า “ห้าม! อย่า! หยุด! ไม่!” พร้อมใบหน้าไม่พอใจ หากลูกทำในสิ่งที่ไม่อยากให้ทำ เช่น ร้องเพลงเสียงดังไม่เป็นภาษา หรือสร้างปราสาทด้วยของเล่นจนข้าวของกระจัดกระจายเต็มบ้าน ห้ามลูกอย่าโยนของ ลูกก็โยน บอกให้ลูกมาทานข้าว ลูกก็เล่น บอกให้ลูกมาอาบน้ำ ลูกก็ไม่สนใจ เวลาไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้เสียงดังจนบ้านแทบแตก เป็นต้น


การห้ามโน่นห้ามนี่ ในมุมของพ่อแม่อาจมองว่านี่เป็นหนึ่งในการสอนให้ลูกเรียบร้อย เป็นเด็กดี แต่การทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการขัดขวางการพัฒนาศักยภาพทางความคิด จินตนการ และการพัฒนาสมอง เมื่อเด็กโตขึ้นเขาจะขาดความมั่นใจในตัวเอง กลัวที่จะทำสิ่งใหม่ๆ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นการปิดกั้นการเรียนรู้และพัฒนาการสมวัยของลูก

สนับสนุนโภชนาการที่ดีต่อร่างกายและสมอง

นอกจากการเข้าใจและปล่อยให้ลูกกล้าคิด กล้าแสดงออกแล้ว การใส่ใจ เลือกสรรค์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนการครบถ้วนก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกอาหารที่ดีและครบ 5 หมู่ นอกเหนือจากนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองอย่างเต็มที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเสริมสารอาหารได้ด้วย นมกล่องสำหรับเด็ก Foremost Omega 369 Gold ที่มี DHA สูง ถึง 27 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบประสาทและการมองเห็น อีกทั้งยังมีโอเมก้า 3 มากขึ้นถึง 2 เท่า (หรือ 80 มก.) พร้อมด้วยโอเมก้า 6 โอเมก้า 9 และวิตามินบี 12 ซึ่งล้วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองของลูกน้อย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์จากวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม โฟเลต และไอโอดีนสูง เพื่อให้ลูกน้อยพร้อมเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่และมีความสุข

Foremost Omega Gold

วันนี้ Foremost Omega 369 Gold อยากสนับสนุนให้คุณแม่คุณพ่อ กล้าที่จะปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ เล่นซน และทำกิจกรรมที่เขาสนใจได้ด้วยตัวเอง เราแค่ต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่และเข้าใจเด็กวัยนี้ให้มากขึ้น เพราะเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่พัฒนาการที่ดีรอบด้านของลูก เรียกว่า ช่วงเวลาปั้นความเป็นอัจฉริยะของลูก หน้าที่ของพ่อแม่อย่างเราคือคอยสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของลูก ให้เขาเล่นและเรียนรู้อย่างปลอดภัย ต้องกล้าที่จะบอกและพูดคุยด้วยเหตุผลและสอนให้เขาเข้าใจมากกว่าการใช้คำว่า “ห้าม! อย่า! หยุด! ไม่ได้!” เพราะทุกการเรียนรู้ของลูกรักในวันนี้เป็นประตูที่จะพาเขาไปสู่การสร้างเสริมทางด้านความคิด สติปัญญา และการพัฒนาสมองอย่างเต็มที่
#หนูเก่งนะแม่กล้ามั้ย #ForemostOmega369Gold