6 อาการแบบนี้ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเจอเมื่อท้องแก่

ท้องแก่

ในช่่วงเวลาตั้งครรภ์คุณแม่ต้องเจอกับอาการต่าง ๆ เรียกได้ว่าออกอาการกันตั้งแต่ในช่วงเริ่มแรกของการตั้งครรภ์เลยก็ว่าได้ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ในแต่ละช่วงก็จะปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะของฮอร์โมน และสภาพร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มาจนถึงช่วงสุดท้ายนี้ ต้องเจอกับอาการอะไรบ้าง? เรามาดูกันค่ะ

6 อาการแบบนี้ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเจอเมื่อท้องแก่

1.อาการ จุกเสียด แน่นท้อง กรดไหลย้อน ในคนท้อง

อาการจุกเสียดแน่นท้องมักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุครรภ์มากขึ้น  สาเหตุมาจากการขยายตัวของมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามการเจริญเติบโตของลูกน้อยในท้องนั่นเอง  เพราะเมื่อมดลูกขยายตัว  ทำให้กระเพาะอาหารถูกบีบกดตามไปด้วย

ดังนั้น  เมื่อแม่ท้องรับประทานอาหารเข้าไปทำให้มีกรดในกระเพาะอาหาร ส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับขึ้นไปบริเวณทรวงอก  จึงเกิดอาการแสบร้อนบริเวณทรวงอกได้  หรือที่เรียกกันว่า  กรดไหลย้อน นั่นเอง  อาการจุกเสียดหรือกรดไหลย้อนนี้ มักจะเกิดหลังจากรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง

วิธีแก้ไข

1.ให้แบ่งการรับประทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ประมาณ 5 – 6 มื้อ แต่ละมื้อรับประทานทีละน้อย  แต่ทานบ่อยครั้งขึ้น หรือระหว่างมื้อให้ดื่มน้ำขิง  ดื่มนมหรือน้ำเต้าหู้แทนก็ได้  เพราะจะช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร

2.รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น  ปลา  เต้าหู้  ไข่  ผัก  ผมไม้  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน หรือของทอด  อาหารรสเผ็ด  น้ำอัดลมทุกชนิด  รวมถึงอาหารที่ย่อยยาก เช่น  เนื้อวัว  เนื้อหมู

3.กรณีจุกเสียดแน่นบริเวณลิ้นปี่และชายโครงด้านขวา รวมกับอาการบวมตามตัว  ความดันสูง แบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องรีบไปพบคุณหมอเพราะเสี่ยงเป็นความดันสูงในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์ได้

2.อาการปวดหลังในคนท้อง

แน่นอนว่า  ท้องที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น ย่อมส่งผลต่อหลังของคุณแม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   ส่งผลกับกระดูกข้อต่อ   เชิงกราน รวมถึงเอ็นยึดข้อต่อกระดูกสันหลังเกิดอาการหย่อนตัว  ส่งผลให้หลังบริเวณช่วงเอวจะแอ่นมาข้างหน้า  สังเกตว่า ในช่วงไตรมาสที่สาม โดยเฉพาะ 8 – 9 เดือน คุณแม่จะมีลักษณะอุ้ยอ้าย เดินแอ่นตัวมาข้างหน้าแทบทุกคน จึงทำให้เกิดอาการปวดเอว  หลังยอก  และอาจมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณก้นกบได้

วิธีแก้ไข

1.คุณแม่ต้องพยายามทรงตัวให้ถูกท่า ท่านั่ง พยายามให้หลังตรง อาจหาหมอนเล็ก ๆ มารองบริเวณหลังจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้

2.ท่านอน  ให้นอนตะแคง  นำหมอนมารองรับช่วงท้องจะช่วยให้คุณแม่หายใจได้สะดวกขึ้น และนอนหลับได้สบายมากขึ้น

3.การยืนและเดิน ควรใส่รองเท้าส้นเตี้ย จะช่วยในการทรงตัวและแก้ปัญหาปวดหลังได้

3.ริดสีดวงทวาร ในคนท้อง

ริดสีดวงทวาร เป็นอาการที่เกิดขึ้นในช่วงคุณแม่ท้องแก่ เกิดจากสาเหตุ 2 ประการ คือ

1.เกิดจากมดลูกที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ไปกดทับเส้นเลือดบริเวณกระดูกเชิงกราน ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดี

2.ท้องผูก  ส่วนหนึ่งเกิดจากมดลูกกดทับเส้นเลือดทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก ประกอบกับการรับประทานอาหารที่ย่อยยากหรือไม่มีกากใย หรือดื่มน้ำน้อยเกินไป เหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้ค่ะ

วิธีแก้ไข

คุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลมากเกินไปนะคะ เพราะหลังคลอดแล้วอาการต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงจนเป็นปกติ  แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองของคุณแม่ด้วนนะคะ

1.คุณแม่ควรทานอาหารที่ย่อยง่าย  มีกากใย  ดื่มน้ำให้มากและบ่อยครั้ง ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้นค่ะ นอกจากนี้การขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา  เพื่อฝึกนิสัยการขับถ่ายที่ดีช่วยลดปัญหาท้องผูกได้

2.การรักษาริดสีดวงทวารหนักเบื้องต้น คือ  นั่งแช่น้ำอุ่นจัด  โดยให้บริเวณก้น แช่ในน้ำอุ่นจัดประมาณ 5 – 10 นาที หากจำเป็นต้องใช้ยาเหน็บ หรือยาสอด  ต้องปรึกษาคุณหมอทุกครั้ง เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณแม่และทารกน้อยได้

4.อาการเส้นเลือดขอด ในคนท้อง

อาการเส้นเลือดขอดของแม่ท้อง  ส่วนมากจะพบบริเวณหลังเท้าและหลังข้อพับเข่า ซึ่งนอกจากจะมีเส้นเลือดบวมนูนขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัดแล้ว ยังมีอาการปวดขาอีกด้วย

สาเหตุของเส้นเลือดขอดในช่วงตั้งครรภ์

1.มาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในเลือดที่มีผลต่อผนังหลอดเลือดของเรา ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวกและความเข้มข้นของเลือดเปลี่ยนแปลงไป

2.มดลูกขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับเส้นเลือดที่ลำเลียงเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ทำให้เลือดคั่งค้างอยู่และทำให้ผนังของหลอดเลือดยืดหยุ่นน้อยลง

วิธีป้องกันและรักษา

1.เวลานอนเอาหมอนมารองขาให้ส่วนของขาและเท้าสูงกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น

2.ไม่อยู่ในท่าหนึ่งท่าใดนาน ๆ เช่น  นั่งทำงานอยู่กับที่นานเกินไป  ยืนนานเกินไป ควรเปลี่ยนท่าทางลุกเดินไปมาบ้าง เพื่อให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น

3.ไม่นั่งงอขาหรือพับขาเป็นเวลานาน ๆ เพราะอาจจะเป็นต้นเหตุของเส้นเลือดขอดได้ ทางที่ดีควรนั่งยืดขาออกบ้าง

4.นวด เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เลือดไหลหมุนเวียนสะดวก ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอดได้  ซึ่งคุณแม่สามารถทำเองได้ที่บ้านค่ะ  ใช้มือบีบกล้ามเนื้อน่อง จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้ดี

 5.อาการนอนไม่หลับของคนท้อง

อาการสุดฮิตติดโผของแม่ท้องแก่ทุกคนก็ว่าได้ นอนไม่หลับเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สำหรับแม่ท้องแก่ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สบายกาย เพราะหายใจค่อนข้างลำบาก ปวดปัสสาวะบ่อยประเดี๋ยวลุกเข้าห้องน้ำ  ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอก หรือเกิดจากลูกน้อยในครรภ์ดิ้นทักทาย รวมไปถึงไม่สบายใจ วิตกกังวลเรื่องการคลอด  อาการใกล้คลอดต่าง ๆ

อาการนอนไม่หลับของคนท้องนั้นหากฟังดูเผิน ๆ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง แต่ความจริงแล้วการนอนไม่หลับของคนท้องนั้น เรื่องใหญ่นะคะ  เพราะอาจส่งผลต่อลูกในครรภ์ได้ หากพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้คุณแม่เกิดอาการอ่อนเพลียและการเจ็บป่วยได้ ดังนั้น  หากช่วงเวลากลางคืนนอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่สนิท  กลางวันคุณแม่ควรหาเวลางีบหลับเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้างนะคะ

วิธีแก้ไข

1.ดื่มนมอุ่นสักแก้วก่อนนอน จะช่วยให้คุณแม่นอนหลับได้ดีขึ้น

2.งดดื่มเครื่องดื่มมีคาเฟอีนเป็นส่วนผสมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ  น้ำอัดลม  โกโก้  เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้คุณแม่นอนไม่หลับหรือหลับยากขึ้น

3.อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ทำให้หลับสบายขึ้น

4.ฝึกสมาธิก่อนเข้านอนเพื่อให้จิตใจสงบ

5.เข้านอนให้ตรงเวลาทุกคืน และตื่นตามเวลาเดียวกันเพื่อฝึกนิสัยการนอนที่ดี

6.ภายในห้องนอนควรสร้างบรรยากาศในการนอนให้เงียบสงบ  เย็นสบายอากาศถ่ายเท และไม่มีแสงรบกวน

6.เหนื่อย  อ่อยเพลีย  วิงเวียน หน้ามืด

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สาม  โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ 8 – 9 ร่างกายของคุณแม่จะอุ้ยอ้ายเดินเหินไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากน้ำหนักตัวของลูกน้อยที่มากขึ้นและเจริญเติบโตค่อนข้างจะเต็มที่เพื่อเตรียมออกมาดูโลก ในช่วงนี้คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติ และอาจวิงเวียนหน้ามืด การหายใจของคุณแม่หายใจเร็วและถี่ขึ้น บางครั้งทำให้รู้สึกเหมือนจะเป็นลมได้ 

วิธีแก้ไข

1.หลีกเลี่ยงการนอนหงายหรือนอนราบนาน ๆ ในช่วงท้องแก่ ให้เปลี่ยนมาเป็นนอนตะแคง หรือท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้น

2.หากรู้สึกเหมือนจะเป็นลม  ให้ค่อย ๆ นั่งลง แล้วเอนตัวนอนในท่าตะแคงหรือนั่งลงแล้วก้มหัวให้อยู่ระหว่างหัวเข่าทั้งสอง ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  คุณแม่ต้องระมัดระวังไม่ให้ล้มลงเพราะจะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้

เป็นไงกันบ้างคะ กับอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ท้องแก่ ที่อีกไม่นานเกินรอ  ก็จะได้พบหน้าเจ้าตัวน้อยที่รอคอยมาตลอด 9 เดือนแล้ว ที่สำคัญอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์  จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อคุณแม่คลอดลูกแล้ว  ซึ่งหลังจากนี้ก็ใช้เวลาไม่นาน คุณแม่ ๆ ก็จะกลับมาสวยเหมือนเดิมแล้วนะคะ  อดใจรออีกไม่นาน

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ