สามีโวยแหลก! หมอ รพ.คลองหาด ลืมผ้าก๊อซในช่องคลอดภรรยา จนติดเชื้อ

4656
- Advertisement -

สามีโวยแหลก หลังจากพาภรรยาไปคลอดจนเสร็จ แต่พอกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ภรรยาเกิดปวดช่องคลอดอย่างหนัก ต้องพาส่งโรงพยาบาลอีกรอบ พบเจ้าหน้าที่สุดชุ่ย ลืมผ้าก๊อซไว้ในช่องคลอด จนเกิดอาการติดเชื้อ

วันนี้ (6 เม.ย.) นายพงษ์ศักดิ์ พวงมาลา อายุ 46 ปี ชาวบ้านใน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ตนได้พาภรรยาชาวกัมพูชา คือ นางสายเมา หะ อายุ 42 ปี มาคลอดลูกที่โรงพยาบาลคลองหาด หลังปวดท้องคลอดลูกคนที่ 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำห้องคลอด และแพทย์ได้ช่วยทำคลอดภรรยา และให้นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล 2-3 วัน กระทั่งเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ภรรยามีอาการผิดปกติบริเวณช่องคลอด ตนจึงนำกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้งในวันที่ 3 เมษายน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่พยาบาลว่า ภรรยาปวดบริเวณช่องคลอด และมีอาการฝืด และขัดขณะปัสสาวะ แพทย์จึงส่งตรวจอัลตร้าซาวด์

หลังการตรวจอัลตร้าซาวด์แล้วเสร็จ แพทย์ผู้ทำการตรวจได้แจ้งว่า ช่องคลอดอาจเกิดอาการติดเชื้อ และภรรยาจะต้องนอนที่โรงพยาบาลถึง 7 วัน และจะต้องใช้เงินประมาณ 7,000-8,000 บาท เมื่อตนบอกว่าไม่มีเงิน แพทย์จึงให้เจ้าหน้าที่ฉีดยาให้ และให้ยาไปกินที่บ้านเพื่อรอดูอาการ

กระทั่งวันที่ 4 เมษายน ภรรยาเกิดอาการปวดช่องคลอดอย่างหนัก จึงเข้าห้องน้ำ และให้ตนช่วยดูก็พบว่า บริเวณช่องคลอดมีเลือดไหลออกมา และยังมีลักษณะคล้าย ผ้าซับเลือดไหลออกมาด้วย ตนจึงรีบนำภรรยาส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ และพยาบาลได้เร่งนำตัวเข้าห้องคลอด เพื่อนำเอาผ้าก๊อซออกจากช่องคลอด หลังพบว่ามีอาการอักเสบและติดเชื้อ

ด้าน นพ.วัฒนพล จิติลาภะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองหาด กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า น่าจะเป็นความผิดพลาดในกระบวนการตรวจเช็กหลังคลอด ซึ่งโรงพยาบาลรับว่าเป็นความผิดพลาด ทั้งนี้ ยืนยันว่าแม้คนไข้จะเป็นชาวกัมพูชา และไม่มีสิทธิรักษา ทางโรงพยาบาลก็ยินดีที่จะดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

“เรายอมรับผิด และดูแลคนไข้อย่างเต็มที่ และขณะนี้อาการคนไข้ที่ติดเชื้อ ทางโรงพยาบาลได้ให้ยา และดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนการลงโทษเจ้าหน้าที่นั้นอาจจะมีการเรียกมาพูดคุย และวางมาตรการในการดูแลคนไข้ รวมทั้งซักซ้อมขั้นตอนการปฏฺิบัติทางการแพทย์ให้มากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต” 

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุพบว่า บรรดาญาติๆ ของผู้เสียหายได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปโพสต์ลงในโลกสังคมออนไลน์ เพื่อเตือนภัยให้สังคมได้รับรู้ ขณะที่ญาติของผู้เสียหายยังได้ฝากวอนไปยังโรงพยาบาลดังกล่าวว่า จะต้องปรับปรุงการให้บริการ และดูแลผู้ป่วยทุกคนให้เหมือนญาติของตน และควรเพิ่มมาตรการการตรวจเช็กคนไข้อย่างละเอียด

ที่มา:manager

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ