คนท้องต้องกินอย่างไร ให้ลูกได้รับสารอาหารเต็ม ๆ

คนท้องต้องกินอย่างไร
ChameleonsEye/shutterstock

เป็นคนท้องต้องใส่ใจเรื่องการกินอาหารเพื่อสุขภาพกันหน่อย เมื่อคุณรู้ตัวว่าท้องควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ให้เหมาะสมในแต่ละวัน ในแต่ละไตรมาส เพื่อความสมบูรณ์ของลูกในครรภ์ และเพื่อสุขภาพของตัวแม่เองด้วย แล้ว คนท้องต้องกินอย่างไร?

คนท้องต้องกินอย่างไร ให้แม่ท้องสุขภาพดี และลูกที่อยู่ในท้องได้รับสารอาหารเต็มที่ เรามีคำแนะนำดี ๆ ดังนี้ค่ะ

คนท้องไตรมาสที่ 1 (1 – 3 เดือน)

ช่วง 3 เดือนแรกนี้เป็นช่วงที่ทารกกำลังสร้างอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ดังนั้น คุณแม่ควรบำรุงอาหารในแบบที่เหมาะสม และอาหารที่สำคัญแบบขาดไม่ได้ เช่น กรดโฟลิก หรือ โฟเลต สำคัญกับคนท้องมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้างรหัสพันธุกรรม ทั้ง ดีเอ็นเอ ยีนและ โครโมโซมของมนุษย์

สารอาหารเหล่านี้สำคัญกับการสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของทารกที่เพิ่งปฏิสนธิอย่างมาก นับว่าสำคัญตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนเจริญเติบโตไปเป็นตัวอ่อนเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเฉพาะ 28 วันแรกหลังจากปฏิสนธิ เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เพราะทารกกำลังสร้างระบบประสาท สมอง กระดูกสันหลัง และระบบอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย

อาหารที่อุดมไปด้วย โฟเลต คือ ผักคะน้า ผักโขม ดอกกุยช่าย ผักกาดหอม และผลไม้สด สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อยครั้งในแต่ละวัน ควรแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ แต่ทานให้บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือมีกลิ่นรุนแรง แล้วดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ หรือรสเปรี้ยวเพื่อช่วยบรรเทาอาการ

คนท้องไตรมาสที่ 2 (4 – 6 เดือน)

การสร้างอวัยวะของทารกจะเป็นไปในช่วงไตรมาสแรก ส่วนในไตรมาสที่ 2 จะเป็นช่วงของการขยายขนาดอวัยวะต่าง ๆ รวมไปถึงการพัฒนาสมอง ที่มากกว่าช่วงไตรมาสแรกถึง 4 เท่า คุณแม่จึงต้องการสารอาหารมากกว่าเดิมถึง 300 แคลอรีต่อวัน พร้อมกับเน้นธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด เพื่อส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารก และไอโอดีนที่ช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติทางสมอง

ธาตุเหล็ก ส่วนมากพบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่แดง ตับ ถั่วชนิดต่าง ๆ ลูกเดือย งา พริกหวาน พริกยักษ์ ยอดกระถิน ดอกโสน ต้นหอม มะเขือพวง ใบขี้เหล็ก มะเขือเทศ ผักกาดหอม ฟักทอง มันเทศ เผือก และลูกพรุน เป็นต้น

คนท้องไตรมาสที่ 3 (7 – 9 เดือน)

สำหรับไตรมาสสุดท้ายทารกจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด ขนาดครรภ์ของคุณแม่จะโตขึ้น ทารกดิ้นบ่อยขึ้น คุณแม่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องการคลอด พร้อมกับเสริมสร้างโปรตีนให้มากขึ้นและเพิ่มพลังงานเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 300 แคลอรีต่อวัน ในขณะที่คุณแม่ก็ต้อง “ควบคุมปริมาณน้ำตาล” ให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

อาหารที่จำเป็นสำหรับคนท้องในช่วงใกล้คลอด คือ โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม งา ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ และ คาร์โบไฮเดรต ดังนี้ แป้ง น้ำตาล และกากใยอาหาร ซึ่งแป้งและน้ำตาลนั้น ให้พลังงานที่สูง พบมากใน ข้าว ข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เช่น ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว พาสต้า เป็นต้น ส่วนกากใยอาหารจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่มักพบในอาหารจำพวกพืช เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เป็นต้น

นอกจากการรับประทานอาหารให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ คุณแม่ยังต้องบำรุงร่างกาย ด้วยการเพิ่มสารอาหารช่วงไตรมาสสุดท้าย เพื่อความพร้อมในการสร้างน้ำนมหลังคลอดนั่นเองค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ