เด็กชายวัย 6 ขวบ ดวงตาสีฟ้าเหมือนเพชรตาแมว หูพิการ 2 ข้าง ไร้เงินรักษา

3046
- Advertisement -

เด็กชายวัย 6 ขวบ มีดวงตาสีฟ้าสวยใส เหมือนเพชรตาแมว มองเห็นได้ปกติ แต่หูพิการไม่ได้ยินทั้ง 2 ข้าง สองตายายยากไร้ไม่มีเงินพาไปรักษา เนื่องจากหมอเรียกค่ารักษาข้างละ 8 แสน จึงจำเป็นต้องปล่อยอยู่ตามมีตามเกิด วอนผู้มีใจเมตตาสงสารเด็กหาทางช่วยรักษา

โดยเด็กคนดังกล่าวชื่อว่า เด็กชายกสิเดช อินทรสุวรรณ หรือ น้องอางกูล อายุ 6 ปี มีดวงตาสีฟ้าทั้งสองข้าง และมีความใสเหมือนแก้วเพชร หรือ ตาแมว แต่มีสภาพความปกติมองเห็นเหมือนคนปกติทั่ว ๆ ไปมาตั้งแต่เกิด แต่มีความพิการทางด้านหูที่แพทย์ระบุว่าเป็นโรคเกี่ยวกับประสาทหูทำให้ไม่สามารถได้ยินเหมือนกับเด็กคนอื่น และมีความเห็นว่ามีความพิการด้านการได้ยิน

น้องอางกูล อาศัยอยู่กับตายาย โดยมีแม่ทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองราชบุรี ส่วนพ่อของเด็กแยกทางไปได้ตั้งแต่น้องอางกูลยังเล็ก ๆ

นางลำเพย ยายของน้องอางกูล เล่าให้ฟังว่า น้องอางกูลมีดวงตาสีฟ้ามาตั้งแต่คลอดซึ่งตนเองก็คิดว่าหลานเกิดความผิดปกติที่ดวงตาหรือไม่ เพราะดวงตาน้องเป็นสีฟ้าสดทั้งสองข้างอีกทั้งยังมีความใสเหมือนแก้วเพชร จึงพยายามปรึกษาหมอตั้งแต่ต้น

โดยแพทย์ได้ทำการรักษาและส่งตัวไปรักษาต่อยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และแพทย์ได้สอบถามและซักประวัติถึงกรรมพันธุ์ที่อาจตกทอดมา แต่ทั้งนี้ทางครอบครัวตนเองไม่มีเชื้อสายต่างชาติ มีแต่เพียงแม่ของเด็กเท่านั้นที่มีความผิดปกติเช่นกัน ที่ดวงตาข้างหนึ่งจะเป็นสีฟ้าและดวงตาอีกข้างหนึ่งจะเป็นสีน้ำตาล ซึ่งแพทย์ก็วินิจฉัยว่าไม่พบการผิดปกติ เพราะน้องมองเห็นได้ดี จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวัดไร่ขิงที่มีความเชี่ยวชาญอีกระดับทางด้านสายตา ซึ่งแทพย์ก็วินิจฉัยเช่นกันว่าไม่พบความผิดปกติ ประสาทตาก็ปกติ สายตามองเห็นได้ชัดเจนดี ตนจึงคิดว่าน้องอางกูลคงเป็นปกติตามที่แพทย์บอก แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกที่หลานชายมีดวงตาที่ผิดไปจากเด็กทั่วไป อีกทั้งยังน่ารัก และร่าเริงแจ่มใสเพื่อนรักกันดีและเล่นเข้ากันได้

คุณยายเล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากที่น้องอางกูลเติบโตเข้าได้ 2 ขวบ ก็พบความผิดปกติขึ้นอีก สังเกตว่าหลานทำไมเงียบ ๆ ไม่ค่อยร้อง แต่จะร้องเมื่อได้ยินเสียงพุ หรือเสียงดัง ๆ จึงพาไปพบแพทย์ปรากฏว่าแพทย์มีความเห็นว่าน้องอางกูลมีความผิดปกติที่ประสาทหู ทำให้ไม่สามารถได้ยินส่งผลให้การสื่อสารลำบาก น้องจะพูดไม่ชัดแต่ส่วนอื่นเป็นปกติดี

ทั้งนี้ทางครอบครัวก็พยายามที่จะรักษาให้น้องอางกูลเป็นปกติ แต่ทางโรงพยาบาลคิดค่ารักษาพยาบาลโดยการใส่ประสาทหูเทียมข้างละ 8 แสนบาท รวมเป็นเงินล้านกว่าบาท ทำให้ตนเองและครอบไม่มีเงินเพียงพอที่จะรักษาหลานชายได้ เพราะลำพังครอบครัวก็มีฐานะยากจนอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ทำงานอาชีพรับจ้างทั่ว ๆ ไป ส่วนสามีก็ปลูกผักไปขายที่ตลาดได้กำไรก็ไม่มากนักพอมีพอกิน ส่วนแม่ของหลานเองก็มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเงินเดือนก็ไม่มากนัก รวม ๆ แล้วก็มีความเป็นอยู่ที่พอกินเท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองก็ต้องเช่าเขาและปลูกเพิงบ้านเล็ก ๆ อยู่ท้ายไร่

ทางด้านนายนพภา ตาของน้องอางกูล กล่าวว่า ด้วยความสงสารหลานชาย จากความยากจนของครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูหลานชายตามมีตามเกิด รักษากันไปตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน 30 บาท ไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปรักษาใส่เครื่องช่วยฟังที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก บางวันเห็นแววตาของหลานก็แอบร้องไห้เป็นประจำ เพราะไม่รู้จะรักษาอย่างไรจะไปหยิบยืมเงินที่ไหนใครเขาจะให้เงินเป็นล้าน จะไปขอความช่วยเหลือเขาก็ลำบาก ก็ต้องทนดูแลหลานกันไปแบบนี้ หลานชายเป็นเด็กที่น่ารักยิ้มหวาน อารมณ์ดี เวลาคุยกันก็จะส่งภาษามือ เพราะพูดเขาไม่ได้ยิน ทุกวันก็จะพาเขาออกมาเดินเล่นที่วัด มาดูไก่ดูนก เพื่อให้เขาได้ผ่อนคลายเพราะกลัวเขาเก็บกดนั่งเงียบ ๆ คนเดียว ทุกวันนี้ก็พูดเป็นภาษาการ์ตูน แต่ยังโชคดีที่พอเขียนหนังสือได้

ที่มาหาวันนี้ไม่ได้อยากเรียกร้องใด ๆ แต่อยากวอนขอความเมตตาจากคนใจบุญที่มีความรู้และพอที่จะหาทางเยียวยารักษาได้ เพราะตากับยายทั้งสองคนสงสารหลาน นี่ก็อายุเข้าไป 50 แล้ว ไม่รู้จะอยู่ดูหลานไปได้อีกซักกี่ปี หากไม่รักษาเขาก็ต้องอยู่ไปแบบนี้ โตขึ้นไปกลัวเขาจะลำบากไม่รู้ว่าจะดูแลตัวเองได้อย่างไร นายนพภากล่าว

สำหรับผู้ที่มีความเมตตาอยากช่วยเหลือสามารถโทรสอบถามได้ที่นางลำเพย รักอก หมายเลขโทรศัพท์ 092-3230173

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ