ยาคุมฉุกเฉิน ใช้อย่างไร มีผลข้างเคียงอย่างไร


ยาคุมฉุกเฉิน ใช้อย่างไร มีผลข้างเคียงอย่างไร

ยาคุมฉุกเฉิน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นยาคุมที่ใช้สำหรับในกรณีฉุกเฉินเท่านั้นนะคะ เช่น คู่สามีภรรยาวางแผนจะมีลูกแต่ยังอยู่ในช่วงของการคุมกำเนิด แล้วเกิดการผิดพลาดจากวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ปกติในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ เช่น ถุงยางขาดรั่ว หรือลืมรับประทานยาคุมกำเนิดปกติตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป หรือใช้ในผู้หญิงที่ถูกข่มขืนมา เป็นต้น

ยาคุมฉุกเฉิน จะมีส่วนผสมของ ฮอร์โมนลีโวนอร์เจสเตรล ปริมาณที่สูงมาก ซึ่งมีผลรบกวนกระบวนการตกไข่ รบกวนการที่อสุจิจะว่ายเข้าไปผสมกับไข่ รวมทั้งส่งผลเปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อทำให้ยากแก่การฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว ยาคุมฉุกเฉินใน 1 กล่องจะประกอบไปด้วยเม็ดยา 2 เม็ด โดยการรับประทานยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้อง ทำดังนี้

วิธีการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน

  1. ยาเม็ดแรก ให้รับประทานในระยะเวลา ไม่เกิน  72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
  2. เม็ดที่ 2 ให้รับประทานหลังจากที่ทานยาเม็ดแรก ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 12 ชั่วโมงเท่านั้น
  3. หากมีการอาเจียนภายใน  2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาแต่ละเม็ด  ต้องรับประทานยาใหม่
  4. ห้ามรับประทานยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่องต่อเดือน

หากรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 85% หากรับประทานหลังจาก 24 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 75% หากเกิน 72 ชั่วโมงไปแล้ว การรับประทานยาคุมฉุกเฉินจะไม่มีผลในการป้องกันการตั้งครรภ์เลย

ข้อควรทราบของยาคุมฉุกเฉิน

  1. ยาคุมฉุกเฉิน ห้ามนำมาใช้ในการคุมกำเนิดในระยะยาว การรับประทานยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำจะพบอาการข้างเคียงสูง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย รวมทั้งพบความเสี่ยงในการเกิดอุบัติการณ์การตั้งครรภ์นอกมดลูกเพิ่มขึ้น
  2. ยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาทำแท้งนะคะ เพราะยาคุมฉุกเฉินจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ในกรณีที่ไข่ยังไม่ได้ฝังตัวในผนังมดลูก หากไข่ผสมกับอสุจิและฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูกเรียบร้อยแล้ว ยานี้จะไม่มีประสิทธิภาพใดๆเลยค่ะ

Photo Credit :  healthcaretips101.com

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ