ไขข้อข้องใจ คนท้องทำอะไรได้หรือห้ามทำอะไรบ้าง?

Pop Paul-Catalin / Shutterstock

ไขข้อข้องใจ คนท้องทำอะไรได้หรือห้ามทำอะไรบ้าง

มีกิจกรรมหลายอย่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะถามกันเข้ามาบ่อย ๆ ซึ่งคำถามส่วนมากที่มักจะถามกันเข้ามานั่นก็คือ คนท้องทำอะไรได้บ้าง คนท้องห้ามทำอะไร คนท้องกินอาหารแบบนี้ได้ไหม คนท้องห้ามกินอะไร วันนี้เราจึงรวบรวมคำถามและไขข้อข้องใจให้คุณแม่มือใหม่ได้เห็นถึงข้อเท็จจริงกันค่ะ ว่าตอนท้องทำอะไรได้หรือห้ามทำอะไรบ้างนะ!

คนท้องทำอะไรได้บ้าง คนท้องห้ามทำอะไรบ้าง

1.เสริมสวย ตั้งครรภ์อยู่สามารถเสริมสวยได้ไหม

ถ้าคุณแม่อยากสวยตอนท้องสามารถทำได้เลยค่ะ อย่างเช่น ต้องการย้อมสีผม ก็ทำได้ค่ะ แต่จะมีปัญหากวนใจคุณแม่แค่เรื่องกลิ่นเท่านั้น สำหรับการทาเล็บถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทานะคะ เพราะช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีอาการหลายอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย อาการตัวซีดก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่คุณหมอต้องตรวจดู คุณหมอจะดูจากผิวใต้เล็บของคุณแม่ค่ะ ว่าซีดไหม ถ้าทาเล็บไว้คุณหมอก็จะไม่เห็นเท่านั้นค่ะ ถ้าคุณแม่คนไหนใส่แหวนตอนท้องแนะนำให้ถอดเก็บไว้ก่อนเพราะคุณแม่ท้องทุกคนจะมีอาการบวมเกิดขึ้นยิ่งถ้าบวมมากๆ แหวนที่ใส่อยู่จะถอดไม่ได้ เลือดหมุนเวียนไม่สะดวกนิ้วอาจเน่าได้นะคะ ส่วนคุณแม่ที่ชอบเรื่องการสักตามตัวต่าง ๆ ควรเว้นไว้ก่อนดีกว่าค่ะเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ค่ะ

2.คนท้องขับรถ หรือ ขึ้นเครื่องบิน ได้ไหม

การขับรถไปทำงานหรือไปธุระคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้ตามปกติ แต่ในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณแม่จะมีอาการแพ้ท้อง อาจทำให้อ่อนเพลีย และวิงเวียนศีรษะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และช่วงที่ตั้งครรภ์ใกล้คลอดก็เป็นอันตรายเหมือนกันค่ะ เพราะขนาดท้องจะใหญ่มากจนไปค้ำกับพวงมาลัย หรือถ้ามีเหตุการณ์ต้องเบรกรถกะทันหันอาจทำให้ท้องไปกระแทกกับพวงมาลัยจนเกิดอันตรายกับลูกในครรภ์ได้ค่ะ และเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ขับรถทุกครั้งควรคาดเซฟตี้เบลต์ด้วยนะคะ การขึ้นเครื่องบินตอนตั้งครรภ์อ่อนๆคุณแม่สามารถขึ้นได้นะคะ เพราะขนาดท้องยังเล็กอยู่พนักงานก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ แต่ถ้าท้องใหญ่มากแล้วใกล้คลอดจะห้ามขึ้นค่ะ เพราะคุณแม่อาจจะไปคลอดบนเครื่องบิน ซึ่งไม่มีหมอคอยทำคลอดให้ค่ะ

3.มีเพศสัมพันธ์ตอนตั้งครรภ์

คุณแม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ตอนตั้งครรภ์ได้ตามปกตินะคะ เพราะไม่มีผลอันตรายอะไรกับตัวตัวเด็กและคุณแม่ ในช่วง 2-3 เดือนแรกคุณแม่อาจจะไม่มีความรู้สึกอยากมีอะไรกับคุณสามีเนื่องจากการที่คุณแม่แพ้ท้องทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย แต่เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วคุณแม่จะกลับมาสดใสมีน้ำมีนวลมากอีกด้วย การมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องปกติของคนท้องค่ะ แต่ก็ต้องคำนึงถึงท่วงท่าด้วยนะคะ ไม่ควรโลดโผนหรือรุนแรงมากนัก คุณแม่สามารถมีเพศสัมพันธ์จนใกล้คลอดได้เลยนะคะ แต่ในช่วงที่ใกล้คลอดก็ไม่ควรมีบ่อยมากนักเพราะเมื่อคุณแม่ถึงจุดสุดยอดนั้นมดลูกก็จะบีบตัวไปด้วย การบีบตัวของมดลูกไม่เป็นอันตรายต่อลูกในท้องก็จริงค่ะ แต่สำหรับคุณแม่ใกล้คลอดถ้ามดลูกบีบตัวบ่อยๆอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ

4.ผ่าคลอดตามค่านิยม


คุณพ่อคุณแม่ที่ตั้งใจให้ผ่าคลอดส่วนมากเป็นเพราะต้องการให้ตรงกับฤกษ์ยามดีที่ไปดูมา ว่าถ้าคลอดวันนี้จะเรียนเก่ง มีวาสนา เป็นคนมีอำนาจ ชื่อเสียงโด่งดัง และอีกหลายๆเหตุผล ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ แต่ถ้าเป็นไปได้การคลอดธรรมชาติจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณแม่มากกว่า เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับการตกเลือด หรือเสียเลือดมากเท่ากับการผ่าตัด และถ้าคลอดธรรมชาติคุณแม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าคลอดอีกด้วยค่ะ ฤกษ์ดีของคุณแม่บางคนก็ยังไม่ครบกำหนดของทารกเลยด้วยซ้ำซึ่งถ้าทำการคลอดออกมาช่วงนั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับทารกมากมาย และฤกษ์ดีส่วนมากที่คุณพ่อคุณแม่ดูกันมาส่วนมากจะเป็นเวลาแปลกๆทั้งนั้นอย่างเช่น ช่วงดึกมากๆ อย่างเช่นตี 2 ตี 3 หรือรุ่งเช้า ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวพนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในช่วงนั้นอาจจะมีน้อยมีไม่เพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น หากเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงขึ้นมาอาจทำให้คุณแม่และทารกเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างเช่น ถ้าเสียเลือดมากกว่าที่คุณหมอกำหนดไว้ การจะขอเลือดมาใช้ก็เป็นไปได้ยากถ้าไม่มีพนักงานบริการในจุดนั้น ๆ เพราะเช่นนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรคิดถึงจุดนี้ให้ดีด้วยค่ะ

5.คนท้องนอนท่าไหนดี

ก่อนตั้งครรภ์คุณแม่จะนอนท่าไหนก็ได้ที่อยากจะนอนแล้วคิดว่านอนหลับสบาย แต่เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่จะรู้สึกว่าท่านอนที่เคยชอบกลับไม่สามารถนอนได้เหมือนเคย ตอนตั้งครรภ์อ่อน ๆ ก็ไม่เท่าไหร่ จะนอนคว่ำ นอนหงาย นอนตะแคงก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าท้องใหญ่มาก หรือ ใกล้จะคลอดจะนอนคว่ำเหมือนตอนยังไม่ท้องก็คงทำไม่ได้เพราะท้องคงค้ำตัวคุณแม่แน่ ๆ จะนอนหงายก็หายใจไม่สะดวกเพราะขนาดของท้องที่ใหญ่ขึ้นมากจะไปกดตรงกระบังลมทำให้หายใจได้ไม่สะดวก ท่านอนที่ดีที่สุดของคุณแม่ที่ท้องใหญ่ๆคือ ท่านอนตะแคง จะตะแคงไปทางไหนก็ได้ เพราะการนอนตะแคงมดลูกที่มีขนาดใหญ่ของคุณแม่จะไม่ไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังทำให้คุณแม่หายใจสะดวกเลือดลมหมุนเวียนดีทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น ท่านอนที่ดีที่สุดของคุณแม่คือท่านอนตะแคงค่ะ

6.คนท้องกับการใช้เลเซอร์รักษาผิวพรรณ

การใช้เลเซอร์รักษาผิวไม่มีผลอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์เนื่องจากการใช้เลเซอร์เป็นเพียงวิธีการรักษาภายนอกเท่านั้น ความรุนแรงของแสงเลเซอร์ก็น้อยมากค่ะ ถ้าคุณแม่ใช้เลเซอร์ในช่วงตั้งครรภ์กับผิว อาจจะเห็นผลที่ไม่น่าปลื้มนักเพราะว่าคุณแม่ส่วนมากเมื่อท้องผิวของบางคนจะคล้ำและหมองแตกต่างกันมาก  ซึ่งการใช้เลเซอร์ไปก็ไม่มีผลที่ดีเกิดขึ้น แนะนำให้ใช้ตอนคลอดแล้วจะดีกว่าค่ะ

7.คนท้องออกกำลังกายได้หรือไม่

การออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรงหรือหักโหมจนเกินไป อย่างเช่น การว่ายน้ำ การเดินเล่นช้า ๆ หรือ โยคะ การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณแม่นอกจากจะทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นแล้ว ยังเป็นประโยชน์อย่างมากกับคุณแม่ที่ต้องการคลอดแบบธรรมชาติเพราะถ้าคุณแม่ต้องการคลอดเอง คุณแม่ต้องใช้ความแข็งแรงของอุ้งเชิงกรานในการคลอดทารกเป็นเวลานาน คุณแม่จึงควรออกกำลังกายไว้บ้างค่ะ

8.คนท้องดื่มน้ำมะพร้าว

เป็นเรื่องที่คุณแม่ทุกคนในประเทศไทยต้องรู้จัก และมีความเชื่อว่าการดื่มน้ำมะพร้าวผิวของลูกจะออกมาสวย ผิวจะผ่อง เพราะสารในน้ำมะพร้าวจะล้างไขของทารกที่มีติดตัวมานั้นเอง จะแบ่งอธิบายให้เป็น 2 เรื่องนะคะคือเรื่องไขบนตัวทารก และเรื่องของน้ำมะพร้าว

เรื่องไขบนตัวทารกเป็นเรื่องที่ธรรมชาติสร้างขึ้นให้กับทารกอยู่แล้วยิ่งเมื่อใกล้คลอดไขที่ว่านี้จะยิ่งมีสะสมมากขึ้นไปอีกประโยชน์ของไขบนตัวทารกคือ สร้างความอบอุ่นให้แก่ตัวทารกทั้งตอนที่อยู่ในท้องและตอนที่คลอดออกมาเพราะเวลาทารกคลอดออกมาอาจจะยังปรับตัวกับอุณหภูมิภายนอกไม่ได้ ก็มีไขนี่แหละค่ะ ที่คอยสร้างความอบอุ่นให้ทารกเป็นด่านแรกและทำให้คุณแม่คลอดง่ายอีกด้วยเนื่องจากความลื่นของไขที่เกาะอยู่บนตัวลูก

ส่วนเรื่องน้ำมะพร้าว ในน้ำมะพร้าวมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีทั้งไขมันไม่อิ่มตัว และ ไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ดื่มน้ำมะพร้าว จะทําให้การสร้างไขบนตัวเด็กได้สีค่อนข้างขาว อาจจะมองดูว่าเด็กออกมาตัวสะอาด แต่ไม่ใช่ออกมาแล้วเด็กไม่มีไขนะคะ และก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะ น้ำมะพร้าวจัดเป็นอาหารที่มีน้ำตาลอยู่ในปริมาณค่อนข้างสูง ดังนั้นหากรับประทานมาก อาจทำให้คุณแม่มีระดับน้ำตาลในร่างกายสูงจนเกิดภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ได้ค่ะ คุณแม่ทั้งหลายควรเลิกเชื่อในเรื่องนี้ได้แล้วนะคะ

9.คนท้องดื่มกาแฟได้ไหม

คุณแม่ที่ชอบดื่มกาแฟเมื่อตั้งครรภ์สามารถดื่มกาแฟต่อไปได้ ถึงในกาแฟจะมีสารที่ชื่อว่าคาเฟอีนก็เถอะค่ะ คุณแม่ตั้งครรภ์ยังสามารถดื่มกาแฟได้อยู่แต่คุณแม่ต้องลดปริมาณลงเท่านั้นเอง เพราะถ้าดื่มมากเกินไปก็สามารถทำให้แท้งได้นะคะ คือไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 3 ถ้วยต่อวัน หรือไม่ควรเกิน 300 มิลิกรัมต่อวันนั้นเองค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ