ลูกร้องกรี๊ด เอาแต่ใจ แก้ไขอย่างไรดี(ข่วงอายุ 1-3ปี)

ลูกร้องกรี๊ด เอาแต่ใจ แก้ไขอย่างไรดี

ลูกร้องกรี๊ด เอาแต่ใจ แก้ไขอย่างไร (ข่วงอายุ 1-3ปี)

ทุกบ้านที่มีเด็กอาจจะต้องเคยได้ยินเจ้าหนูน้อยร้องกรี๊ดกันบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าเป็นเด็กเล็กตั้งแต่วัย 3 เดือนขึ้นไปอาจจะเป็นเพราะลูกต้องการส่งเสียงและอยากให้รับรู้ว่าต้องการอะไร เช่น อาการดีใจ โมโห หรือขัดใจ เพราะลูกยังเล็กมากไม่สามารถพูดได้ จึงส่งเสียงดัง ๆ ออกมาแต่ถ้าเป็นเด็กที่โตแล้วประมาณ 1 ปีขึ้นไปต้องดูดี ๆ ค่ะ ว่าลูกต้องการอะไรจริง ๆ กันแน่

ลูกร้องกรี๊ด เอาแต่ใจ บอกอะไรคุณแม่ได้บ้าง

  • ที่ลูกร้องกรี๊ดอาจจะรู้สึกโมโห หงุดหงิด ขัดใจ จึงกรี๊ดออกมาเพราะว่าเด็กในวัยนี้ยังพูดไม่ชัดมากนัก ถ้าโตขึ้นจนสามารถพูดได้ชัดเจนบอกความต้องการของตัวเองได้แล้วอาการกรี๊ดจะลดน้อยลงค่ะ
  • ลูกเรียนรู้ถึงความต้องการของตัวเอง เมื่อกรี๊ดแล้วลูกมักจะได้ของที่ต้องการ เพราะเมื่อทำแล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการทันทีค่ะ
  • เลียนแบบพฤติกรรมที่เห็นจากคนรอบข้าง
  • อาจมีคนรอบข้างชอบแหย่ให้โกรธบ่อย ๆ
  • ใช้วิธีส่งเสียงกรี๊ดเรียกร้องความสนใจ

ลูกร้องกรี๊ด เอาแต่ใจ คุณแม่ควรทำอย่างไร

  • ควรให้ความสนใจกับลูกอย่างใกล้ชิด ลูกทำอะไรควรจะหันไปสนใจ เพราะถ้าปล่อยไปแล้วลูกเห็นว่าคุณแม่ไม่สนใจลูกก็จะส่งเสียงออกมา เมื่อลูกส่งเสียงกรี๊ด ๆ ออกมาคุณแม่มักจะรีบหันไปสนใจทันที ทำให้ลูกคิดว่าการส่งเสียงกรี๊ดเป็นเรื่องที่ดีดึงดูดความสนใจได้ลูกก็จะทำอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ
  • อย่าตามใจลูกมากเกินไป เพราะถ้าบางครั้งคุณแม่ตามใจลูกไม่ได้ ก็จะทำให้ลูกขัดใจ เมื่อไม่ได้ดังใจก็จะหาวิธีที่ได้ผล ถ้าลูกร้องกรี๊ดแล้วได้ผลลูกจะใช้วีธีนี้ต่อไป
  • สอนให้ลูกหัดควบคุมอารมณ์ตัวเอง ให้ลูกได้รู้จักความผิดหวัง เสียใจ ดีใจ สอนให้รู้จักระบายอารมณ์ด้วยการพูดคุยออกมาตรง ๆ จะดีกว่าค่ะ
  • หัดให้ช่วยเหลือตัวเอง เช่น ใส่เสื้อผ้าเอง ใส่ร้องเท้าเอง เก็บของเล่นเอง การฝึกเรื่องพวกนี้จะทำให้ลูก แก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ เองได้ ไม่ต้องคอยร้องเรียกความสนใจให้ผู้ใหญ่มาคอยช่วย จะทำให้ลูกเก่งและดูโตกว่าเด็กคนอื่น ๆ ค่ะ

การแก้ไข้ปัญหาเรื่องนี้คนที่สำคัญที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ ปัญหาลูกกรี๊ด เอาแต่ใจนั้นไม่ใช่โรคไม่ต้องทำการรักษาเพียงแค่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจในพฤติกรรมของลูกเอาใจใส่ลูกก็จะไม่เกิดปัญหาด้านนี้แน่นอนค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ