องค์การอนามัยโลกเผย 25% ของการตั้งครรภ์จบด้วยการทำแท้ง


นับเป็นผลสำรวจที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเปิดเผยว่า 1 ใน 4 ของการตั้งครรภ์ทั่วโลก มักจบลงด้วย การทำแท้ง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ผลการสำรวจร่วมระหว่างองค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบัน Guttmacher ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ศึกษาเรื่องการวางแผนครอบครัวในสหรัฐฯ พบว่า ในระหว่างปี 2010-2014 มีกรณี การทำแท้ง โดยเฉลี่ยถึง 56 ล้านครั้งต่อปีทั่วโลก หรือคิดเป็นทุก 1 ใน 4 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนับว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงการสำรวจเมื่อปี 1990-1994 เป็นอย่างมาก

ผลการสำรวจดังกล่าว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แลนเซ็ทยังระบุว่า ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อัตราการทำแท้ง มีแนวโน้มลดลงในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา กลับมีอัตราการทำแท้งคงที่โดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งสวนทางกับความต้องการมีครอบครัวขนาดเล็ก โดยภูมิภาคละตินอเมริกามีอัตรา การทำแท้ง สูงสุดของโลก

ผลการสำรวจยังพบว่า การกำหนดให้การทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่ส่งผลช่วยลดอัตราการทำแท้งในแต่ละประเทศลงแต่อย่างใด ซ้ำยังจะทำให้มีผู้เลือกเข้าใช้บริการทำแท้งเถื่อนซึ่งเป็นอันตรายเพิ่มมากขึ้น


ดร. เบลา เจนาตรา จากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงให้สตรีเข้าถึงวิธีการคุมกำเนิดที่หลากหลายมากขึ้นแต่เนิ่น ๆ ดีกว่าจะปล่อยให้มีการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนาและ การทำแท้ง ที่เสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากหลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมกำเนิด เนื่องจากกังวลกับผลข้างเคียงของยา หรือไม่ก็ ประมาทคิดว่าตนเองมีโอกาสตั้งครรภ์ต่ำ

ที่มา: BBC

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ