ลูกติดหวาน เสี่ยงต่อโรค คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้ค่ะ

ลูกติดหวาน เสี่ยงต่อโรค คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้ค่ะ

ลูกติดหวาน เสี่ยงต่อโรค คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้ค่ะ

 

รสหวานเป็นรสที่เกิดจากสารเคมีหลายชนิด เช่น กรดอะมิโน แอลกอฮอล์ น้ำตาล น้ำผึ้ง ข้าว แป้ง ฯ ลูกน้อยได้ลิ้มรสหวานครั้งแรกจากการกลืนน้ำคร่ำในท้องของคุณแม่ ซึ่งมีกลูโคส ฟรุกโตส กรดแลกติก เป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อลูกอยู่ในครรภ์อายุ 12 สัปดาห์ เพื่อเป็นการกระตุ้นตุ่มรับรสของทารกในครรภ์ โดยตุ่มรับรสหวานจะอยู่ส่วนหน้าของลิ้น ลูกจึงสามารถรับรู้รสต่างๆ ได้ไวมาก โดยเฉพาะรสหวาน

ความหวานมีความจำเป็นต่อลูกในเรื่องของการให้พลังงานและโปรตีน แต่การให้อาหารที่มีรสหวานกับเด็กนั้นควรคำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสมด้วย  เด็กมักเรียนรู้จากพฤติกรรมซ้ำๆ และการทำต่อเนื่อง เมื่อสิ่งนั้นทำให้เค้ารู้สึกพอใจ

 

การรับรสหวานอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ลูกติดรสหวานและมีความเสี่ยงที่จะเป็นทั้งฟันผุ โรคอ้วน และโรคเบาหวานมากกว่าเด็กปกติ

 

ครอบครัวที่ติดรับประทานอาหารที่มีรสหวานมากๆ  เด็กก็มักจะติดรสหวานด้วยเช่นกัน เด็กบางคนติดหวานมากแม้กระทั่งดื่มน้ำก็ไม่ยอมดื่มน้ำเปล่า  ต้องดื่มน้ำหวานเท่านั้น

พฤติกรรมเหล่านี้คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกายของลูกนะคะ โดยที่คุณพ่อคุณแม่เองต้องทำตัวเป็นแบบอย่างค่ะ ถ้าจะไม่ให้ลูกติดทานหวาน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่ทานหวานด้วย เช่น เวลารับประทานข้าวเสร็จ แทนที่จะต่อด้วยขนมก็เปลี่ยนเป็นผลไม้แทน  หรือดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทนน้ำอัดลม และเมื่อปรุงอาหารให้ลูกรับประทาน ควรเป็นอาหารที่มีรสชาติกลางๆ ไม่ให้หวานหรือเค็มจัด เน้นความหวานที่มาจากธรรมชาติ ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด และควรฝึกตั้งแต่ลูกคลอดเลยค่ะ

 

นมที่ให้ลูกรับประทาน ไม่ควรเป็นนมที่มีรสหวาน หรือปรุงแต่งใดๆ อาหารเสริมของลูกก็ไม่ควรมีรสชาติที่หวานนำ เพื่อจะได้ไม่เป็นเด็กติดหวานแต่เล็กนะคะ


จาก : แม่รักลูก Photo Credit : likeakidinasweetshop.com