โอ๋ลูก ตามใจลูกมากไป ระวังจะกลายเป็น “พ่อแม่รังแกฉัน”

โอ๋ลูก ตามใจลูกมากไป ระวังจะกลายเป็น "พ่อแม่รังแกฉัน"

โอ๋ลูก ตามใจลูกมากไป ระวังจะกลายเป็น “พ่อแม่รังแกฉัน”

บ่อยครั้งที่ลูกเดินสะดุดหกล้ม เจ็บตัวร้องไห้  เพราะความไม่ระมัดระวัง คุณพ่อคุณแม่ตกใจ รีบวิ่งเข้ามาอุ้ม ปลอบ พร้อมกับพูดกับลูกว่า ใครทำลูกสาว/ลูกชาย ของแม่กันนะ พื้นใช่มั๊ยลูก ที่ทำให้ลูกต้องหกล้มจนบาดเจ็บแบบนี้ ดูสิ่ คุณแม่ตีพื้นเลยนะ นี่แน่ะๆ ทำลูกสาว/ลูกชายคุณแม่ได้อย่างไร 

ไม่ว่าการกระทำเช่นนี้  จะมีจุดประสงค์เพื่อปลอบโยนให้ลูกหายเจ็บหรือหยุดร้องเพียงเท่านั้น  แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า คุณกำลังบ่มเพาะพฤติกรรมที่ไม่ดีให้กับลูกซึ่งถือว่าเข้าข่าย พ่อแม่รังแกฉัน

การกระทำเช่นนั้น  ทำให้ลูกติดนิสัยเอาแต่ใจ เพราะมีแต่คนคอยโอ๋อยู่ตลอด  ทำให้ลูกไม่มีความอดทน  ลูกจะเรียนรู้และซึมซับว่า เมื่อไหร่ก็ตาม  ที่มีการผิดพลาดเกิดขึ้น  จะไม่ได้เกิดจากการกระทำที่ผิดพลาดของตัวลูกเอง  แต่เป็นเพราะบุคคลอื่นกระทำหรือไม่ยอมกระทำ จนทำให้ลูกต้องเกิดความเสียหาย หรือบาดเจ็บ ลูกจะกลายเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ยอมรับความผิด และไม่รู้จักที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น ไม่รู้จักที่จะกล่าวคำขอโทษ

ดังนั้นหากในวันนี้ที่ลูกยังเล็กอยู่ คุณพ่อคุณแม่ยังมีโอกาสที่จะแก้ไข และหาวิธีในการอบรมสั่งสอนใหม่ๆ เพื่อให้ลูกได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข


ลูกจะต้องเรียนรู้การกระทำและผลของการกระทำเกิดขึ้น อีกทั้งวิธีการแก้ไข ไม่ใช่การเรียนรู้วิธีที่จะหนีความผิด จากกรณีตัวอย่างข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกเข้าใจว่า การที่ลูกประมาท เดินไม่ระมัดระวัง จะทำให้ลูกสะดุดหกล้มได้ และเมื่อหกล้ม ก็ต้องสามารถลุกยืนได้ด้วยตัวเอง และต่อไปจะเดินไปไหนก็ควรเดินด้วยความระมัดวัง เพื่อที่จะได้ไม่สะดุดหกล้มอีก แบบนี้เป็นต้นค่ะ

Photo Credit : parentclub.ganzworld.com

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ