อัลตร้าซาวด์ จำเป็นหรือไม่ ควรเลือกแบบไหนดี?


อัลตร้าซาวด์ จำเป็นหรือไม่ ควรเลือกแบบไหนดี

ในสมัยก่อน วิทยาการทางการแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้ามากนัก การตั้งครรภ์แต่ละครั้งนับว่าเป็นเรื่องที่ทั้งต้องลุ้นและเป็นกังวลสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ลูกที่อยู่ในครรภ์นั้น มีความสมบูรณ์ทางร่างกายเพียงใด ลูกมีอวัยวะครบ 32 หรือไม่ หรือมีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับลูกในท้องบ้าง ลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่สามารถทราบได้ล่วงหน้าเลย เมื่อคลอดออกมา ลูกสมบูรณ์แข็งแรงมีอวัยวะครบถ้วน ก็นับว่าเป็นโชคดีของคุณแม่และลูก แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านที่คลอดลูกที่มีความพิการทั้งร่างกายและสติปัญญา

ปัจจุบัน วิทยาการทางการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้าขึ้น มีการนำระบบคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความปลอดภัย หรือที่เรียกว่า เครื่องอัลตร้าซาวด์ มาใช้ตรวจสอบอายุครรภ์ และความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และหากพบว่าเด็กมีความผิดปกติ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยการยุติการตั้งครรภ์ให้ด้วย ทำให้เด็กที่คลอดออกมาแล้วผิดปกติมีจำนวนลดน้อยลง

การอัลตร้าซาวด์ มีหลายรูปแบบให้เลือก และแต่ละชนิดมีการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้

1.การอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ (2D)

เป็นภาพตัดขวางของวัตถุ ภาพลักษณะนี้คนทั่วไปจะดูไม่ค่อยรู้เรื่อง เห็นเป็นเพียงเงาดำ ๆ เท่านั้น จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะช่วยในการวิเคราะห์

2.การอัลตร้าซาวด์ 3 มิติ(3D)

เป็นการประมวลผลที่ซับซ้อนมากขึ้น มิติที่ 3 ที่เพิ่มขึ้นมาจากการอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ คือความลึก ทำให้ภาพที่เห็นนั้นเสมือนวัตถุจริง ทำให้คุณพ่อและคุณแม่เองก็สามารถดูได้เข้าใจ

3.การอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ(4D)


มีการประมวลผลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยเครื่องจะทำการเก็บภาพ 3 มิติแต่ละภาพ แล้วแสดงผลเรียงต่อกัน ทำให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว จึงสามารถเห็นภาพทารกเคลื่อนไหวอยู่ในครรภ์ ตลอดจนเห็นกิริยาอาการที่ทารกกำลังทำอยู่ในขณะตรวจได้ด้วย

การตัดสินใจว่าจะเลือกใช้การ อัลตร้าซาวด์ ด้วยวิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ สุขภาพของคุณแม่ และความสามารถในการจ่ายเงิน เพราะยิ่งอัลตร้าซาวด์หลายมิติ ราคาจะยิ่งสูง แต่ในขณะเดียวกันคุณแม่บางท่านก็เลือกที่จะไม่ทำอัลตร้าซาวด์เลย ซึ่งนับว่ามีความเสี่ยงมากนะคะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ