ไมโคพลาสมา โรคระบาดเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ที่ต้องระวัง

shutterstock : Kenishirotie

โรคไมโคพลาสมา เป็นโรคระบาดที่คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังในช่วงนี้ เพราะกำลังอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาด มีเด็ก ๆ หลายคนติดเชื้อนี้กันเยอะเลยค่ะ

ดังนั้นเรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคไมโคพลาสมา กันดีกว่าค่ะ ว่าเกิดจากอะไร มีอันตรายกับลูกของเราขนาดไหน คุณพ่อคุณแม่จะได้หาวิธีรับมือป้องกันให้กับลูก ๆ ของเราได้ค่ะ

โรคไมโคพลาสมา เป็นโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียขนาดเล็ก ที่มีชื่อว่า “mycoplasma pneumonia” เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำลายเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ส่วนบนและส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการไอ เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ และปอดบวมได้ เชื้อนี้ไม่ได้ระบาดแค่ในคนเท่านั้น ยังระบาดไปถึงสัตว์บางชนิดอีกด้วย เช่น สุกร วัว ทำให้สัตว์เหล่านี้เป็นปอดบวมได้ไม่ต่างจากคนเลยค่ะ

 

ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดเป็นโรคไมโคพลาสมา


1.ผู้มีอายุน้อยกว่า 40 ปี และพบบ่อยมากในเด็กเล็ก และวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี

2.เป็นได้ทั้งชายและหญิง และเป็นได้ตลอดทั้งปี

3.ผู้ที่อยู่ในสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร เรือนจำ ฟาร์มสัตว์ สถานที่ ๆ เป็นชุมชนแออัด หรือ มีผู้คนพลุกพล่าน เป็นต้น

การติดต่อของโรค เกิดขึ้นได้ง่าย เพียงแค่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ช่วย หรือ ได้รับละอองไอจามของผู้ป่วย ถ้ามีคนในบ้านป่วย คนที่เหลือในบ้านก็จะติดเชื้อนี้ไปด้วยนั่นเอง

อาการของโรคไมโคพลาสมา ที่พบในผู้ป่วย มีดังนี้

1.ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส อาจมีอาการหนาวสั่น

2.ไอแห้งๆ อาจมีเสมหะขาว อาการค่อย ๆ เป็นมากขึ้น อาจไอเรื้อรังจนทำให้เจ็บกล้ามเนื้อหน้าอก

3.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อปวดศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย

4.เจ็บคอ คันคอ อาการเจ็บคอจะไม่มาก คอแดงเล็กน้อยไม่มีหนอง

5.เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าหรือออก (พบได้น้อย)

6.อาจพบผื่นแดงตามร่างกายลักษณะคล้ายไข้ออกผื่น(ส่าไข้)

7.ถ้าอาการรุนแรงขึ้น จะทำให้หายใจเหนื่อยหายใจเร็ว แต่ยังคงดำเนินชีวิตประจำวันได้ปกติ

อาการที่ต้องพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ได้แก่

1.ไข้สูง

2.อาการไอแห้ง ๆ บ่อยครั้งและเป็นระยะเวลานาน หรือไอเป็นเลือด

3.อาการหายใจหอบเหนื่อยหายใจเร็ว

4.อาการเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าหรือออก

5.อาการแน่นหน้าอกด้านซ้าย หรือรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการแขนหรือขาอ่อนแรง หรือชักเกร็ง ซึมลง อาการซีด ปาก-ลิ้นสีซีด ปัสสาวะสีเข้ม (สีน้ำปลาหรือสีโค้ก) หรือมีจุดเลือดออกตามร่างกาย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไมโคพลาสมา

6.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ง่าย

การรักษาโรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และรักษาตามอาการ ผู้ป่วยบางคนถ้ามีอาการหอบ หายใจแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล บางคนอาจมีไข้สูงติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ และมีอาการไอจามประมาณ 2-6 สัปดาห์ แต่ถ้าได้รักษาอย่างถูกวิธีก็จะหายได้อย่างรวดเร็วค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ