อาการร้องกลั้น จนลูกตัวเขียว ปากเขียว มีวิธีรับมืออย่างไร?

อาการร้องกลั้น รับมืออย่างไร

อาการร้องกลั้น คืออะไร คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นลูกของคุณเองร้องไห้แบบว่า ร้องหนักมาก ๆ จนตัวเขียว ปากเขียว และหมดสติไปบ้างมั๊ยคะ ถึงแม้ผู้รู้หลาย ๆ ท่านจะบอกว่านี้คือ อาการร้องกลั้นของเด็ก ซึ่งถือเป็นอาการปกติทั่วไป ไม่มีอันตรายอะไร แต่เหตุการณ์เหล่านี้หากเกิดขึ้นกับครอบครัวใด คุณพ่อคุณแม่ก็คงตกใจหัวใจแทบสลาย เพราะสงสารลูกเป็นธรรมดา โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

เรามาเรียนรู้และทำความรู้จักกับ อาการร้องกลั้น ในเด็กเล็กกันดีกว่าค่ะ

อาการร้องกลั้นจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี อาการร้องกลั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เมื่อลูกได้รับอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ทำให้รู้สึกเจ็บมากจนทนไม่ไหว จึงร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวด เช่น ได้รับการกระแทกแรง ๆ หรือโดนประตูหนีบนิ้ว เป็นต้น

เด็กบางคนที่ถูกเลี้ยงดูด้วยการตามใจ  มีแต่คนคอยเอาใจ โดยเฉพาะในครอบครัวใหญ่ ที่มีเด็กเล็กคนเดียว อยากได้อะไร อยากทำอะไร ได้ทุกครั้ง แต่เมื่อถูกคุณพ่อคุณแม่หรือมีใครมาขัดใจ โดนห้ามปรามไม่ให้ทำสิ่งที่อยากทำ เด็กก็จะร้องไห้ออกมา และหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง มีอาการปากเขียว ตัวเขียว หมดสติไปช่วงสั้น ๆ (ไม่เกิน 1 นาที) นี้แหละค่ะ คือ อาการร้องกลั้น

ซึ่งเมื่อลูกน้อยเกิดอาการร้องกลั้นขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นให้มาก ๆ นะคะ ไม่ควรเขย่าตัวลูกแรง ๆ พยายามตั้งสติเข้าไว้ค่ะ หาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตา และนวดสัมผัสตัวให้ลูกรู้สึกตัวขึ้นมาจะดีกว่าค่ะ


อาการร้องกลั้นถือเป็นอาการที่ปกติและไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด (ยกเว้นในเด็กที่เป็นโรคหัวใจ) ถึงแม้ว่าอาการร้องกลั้นนี้จะไม่เป็นอันตรายแต่คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย หากลูกมีอาการแบบนี้ ต้องรีบช่วยกันแก้ไข หากลูกร้องไห้มาก ๆ ไม่ว่าจะถูกขัดใจ หรือบาดเจ็บก็ตาม ควรเบี่ยงเบนความสนใจ ใช้การกอด และการนวดสัมผัสบรรเทาอาการเจ็บปวด

ไม่ควรดุหรือขู่หากลูกร้องไห้ เพราะยิ่งถ้าขู่เด็กยิ่งกลัว ยิ่งร้องไห้หนักไปกันใหญ่เลยค่ะ อาการร้องกลั้นจะหายไปเองเมื่อลูกอายุ 2 ขวบค่ะ แต่ถ้าอายุ 2 ขวบแล้วยังไม่หายแสดงว่าคุณพ่อคุณแม่ใช้วิธีการรับมือที่ไม่ถูกต้อง ควรพาลูกไปพบแพทย์ดีกว่าค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ