น้ำมันปลา และ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร


ในปัจจุบันมีอาหารเสริมและวิตามินวางจำหน่ายมากมายหลายชนิด คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจเคยซื้อหามาให้ลูกได้รับประทานกัน ไม่ว่าจะเป็นจากคำแนะนำของแพทย์ หรือคำโฆษณาของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แต่ที่คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยินบ่อย ๆ คงจะมี 2 ตัวที่ชื่อคล้าย ๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันและให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันต่อร่างกายอีกด้วย นั่นก็คือ น้ำมันปลา และน้ำมันตับปลา

น้ำมันปลา และ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

น้ำมันปลา

เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเนื้อ หนัง หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึก โดยมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงชนิดโอเมก้า-3 ที่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ EPA และ DHA ที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ช่วยลดระดับไขมันในเลือดโดยเฉพาะลดไตรกลีเซอไรด์ และมีฤทธิ์ในการต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดจึงช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เหมาะสำหรับเด็กทารกจนถึงวัยเด็กที่สมองกำลังพัฒนาสติปัญญาและการเรียนรู้ การทำงานของสมองป้องกันความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ต้านการอักเสบ เช่น ไขข้ออักเสบ โรคผิวหนังบางชนิดเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการหอบหืด ภูมิแพ้ ช่วยลดความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงในระยะเริ่มแรก

ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจให้ลูกรับประทานน้ำมันปลา ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยค่ะ เพราะว่าการรับประทานน้ำมันปลาในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ระดับวิตามินอีในร่างกายลดลงได้นะคะ

น้ำมันตับปลา 


เป็นน้ำมันที่สกัดจากตับของปลาทะเล มีวิตามินเอสูง ช่วยควบคุมเยื่อบุผิวให้เป็นปกติ นอกจากนี้ยังมีวิตามินดี ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม รวมทั้งฟอสฟอรัสบริเวณลำไส้เข้าสู่ร่างกายทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ

น้ำมันตับปลาส่วนใหญ่จะมีปริมาณวิตามินเอ และวิตามินดีสูง แต่ก็ใช่ว่าจะส่งผลดีกับร่างกายนะคะ เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกรับประทานน้ำมันตับปลามากจนเกินไป ก็จะส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ อาเจียน มีอาการทางระบบประสาท ผมร่วง ผิวแห้ง ตับถูกทำลาย มีผลเสียต่อระบบเลือด ไตวายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดั้งนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรซื้อน้ำมันตับปลาให้ลูกรับประทานเอง ควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อมารับประทานหรือนอกจากแพทย์สั่งเท่านั้นค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่อ่านมาถึงตรงนี้เริ่มมีคำถามว่าควรที่จะซื้ออาหารเสริมประเภท น้ำมันปลา หรือ น้ำมันตับปลา ให้ลูกรับประทานดีหรือไม่ เราแนะนำแบบนี้ค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกรับประทานอาหารที่เพียงพอ และครบทั้ง 5 หมู่เป็นประจำอยู่แล้ว การทานอาหารเสริมก็ไม่จำเป็น เพราะว่าร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอในการนำไปใช้งานอยู่แล้วค่ะ

เรื่องอื่นๆที่เราแนะนำสำหรับคุณ